วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สายเกินจะเอ่ยคำว่า..รักเธอ...



ฉันมีเพื่อนที่อยู่ในเมืองให­ญ่ที่ไม่มีวันหลับใหล และวันเวลา ก็ยังคงผ่านไป....
ฉันไม่เคยรู้ว่านานเท่าใด แต่ฉันก็ไม่เคยเจอ...เขา...เพื่อนเก่าคนนั้น
เพราะวุ่นวายอยู่กับชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน รู้แต่ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน
จนวันหนึ่งอยากลองไปหาดูสักที เพื่อนที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆต่อเขา
แต่ตอนนี้ชีวิตเรายุ่งเหยิงและเหนื่อยล้า ต้องฟันผ่ากับเกมส์ชีวิตที่หลากหลาย
เหนื่อยหน่ายกับการสร้างภาพชีวิต
พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทรหา.... ฉันบอกตัวเอง และปลอบตัวเองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่

แต่...พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ระยะทางระหว่างเรา ยิ่งไกล
เพื่อนที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างเป็นร้อยไมล์
จนได้ข่าวว่าเพื่อนจากเราไปเสียแล้ว...

นี่คือ สิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร
ที่ตรงนั้นไม่ไกล แต่ว่าไม่มีเพื่อนของฉันอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว….

..จงพูดอย่างที่ใจคิด ถ้าคุณรักใครสักคนก็บอกเขาไป
อย่ากลัวที่จะเปิดเผยความรู้สึก จงเปิดใจ และบอกสิ่งที่คุณรู้สึกกับคนที่มีความหมายสำหรับคุณ

เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่คุณคิดว่าเหมาะสม วันนั้นอาจจะช้าไป........
หาโอกาสในวันนี้ แล้วคุณจะไม่มีวันเสียใจทีหลัง
สิ่งที่สำคั­ญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว
เพราะพวกเขามีส่วนทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นทุกวันนี้
จากหนูปิ่น /นอร์เวย์ (น้ามลแก้ไขนิดหน่อยนะคะ)

It's too Late !!


Around the corner I have a friend,
In this great city that has no end,
Yet the days go by and weeks rush on,
And before I know it, a year is gone.
And I never see my old friends face,
For life is a swift and terrible race,
he knows I like him just as well,
As in the days when I rang his bell.
And he rang mine but we were younger then,
And now we are busy, tired men.
Tired of playing a foolish game,
Tired of trying to make a name.
'Tomorrow' I say! 'I will call on Jim
Just to show that I'm thinking of him.'
But tomorrow comes and tomorrow goes,
And distance between us grows and grows.
Around the corner, yet miles away,
'Here's a telegram sir,' 'Jim died today.'
And that's what we get and deserve in the end.
Around the corner, a vanished friend.
Remember to always say what you mean.
If you love someone, tell them.
Don't be afraid to express yourself.
Reach out and tell someone what they mean to you.
Because when you decide that it is the right time
it might be too late.Seize the day.
Never have regrets. And most importantly,
stay close to your friends and family,
for they have helped make you
the person that you are today.

จากหนูปิ่น/นอร์เวย์

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คุณประโยชน์ของกล้วยหอม


กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส
(sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร
มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที
เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที
ไม่ต้องสงสัยเลย ...นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก
(เคยเห็นในสนามเทนนิส....พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)
ยังไม่หมด....เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์
ป้องกันโรคภัยและภาวะต่าง ๆของร่างกายได้อีกด้วย...มาดูกัน

ความเศร้าซึม
จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม
พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม
เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง
ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin
สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

pms (premenstrual syndrome)
สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย
ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย...เช่ นปวดท้อง ปวดหัว...ฯลฯ
รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ.....ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย....
มันสามารถป้องกันได้นะจ๊ะ........

โรคโลหิตจาง (Anemia)
ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิต Hemoglobin (ฮีโมโกลบิน)
ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอกนะ....ฮ่า...

ความดันโลหิต (Blood Pressure)
กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ
เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration
อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ยงความดันได้จริง

เสริมสร้างพลังสมอง (Brain Power)
ที่อังกฤษในแค้วน Middlesex มีนักเรียนจำนวน 200 คนจาก Twickenham school
อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กินกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า
รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น
เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ

อาการท้องผูก (Constipation)
เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี

เมาค้าง (Hangovers)
วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย
ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็ วขึ้น......

จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn)
กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่
ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว

Morning Sickness
ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดีนะ...อาการงี่เง่าตอนเช้าเช่นไม่อยากจะตื่นบ้าง...ฯลฯ
ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2 คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น
มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าว ในตอนเช้าได้

บรรเทาแผลยุงกัด
ก่อนที่จะใช้ยาทา
ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด
จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้.....คนส่วนใหญ่เป็นอย่าง นั้นจริง ๆ

ระบบประสาท (Nerves)
วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด. ...อ่อนล้าได้

อ้วนจากทำงานมากเกินไป
ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า
ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเ ต้โต้ชิปส์มากเกินไป
ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็ก ๆน้อย ๆประมาณทุก ๆ 2 ชม.
มันจะช่วยปรับร?ดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจ ุกจิก

แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล (Ulcers)
สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดีขึ้น

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สัตว์เลี้ยงมงคล...ประจำราศีต่างๆ




ราศีเมษ (13 เม.ย - 13 พ.ค.) เลี้ยงสัตว์อะไรก็ต้องเน้นความซื่อสัตย์ หมาหรือแมวก็ดีทั้งนั้น
ราศีพฤษภ (14 พ.ค. -13 มิ.ย.) ควรจะเลี้ยงปลา ปลาอะไร พันธุ์ อะไร ก็ได้ทั้งนั้น ขอให้เป็นปลา

ราศีเมถุน (14 มิ.ย. - 14 ก.ค.) ต้องเป็นสัตว์ปีก ไก่ นก หรือถ้าไม่สามารถเลี้ยงได้ เอารูปนก มาติดผนัง ก็เป็น
มงคลได้
ราศีกรกฎ (15 ก.ค. -16 ส.ค.) สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง อย่างปลามังกร ปลาคาร์ฟ เน้นที่ความสง่างาม (ไม่ใช่ สวยงาม)
ราศีสิงห์(17 ส.ค. - 16 ก.ย.) ต้องเลี้ยงสัตว์ป่า ถ้าเป็นสุนัขก็ต้องเป็นพันธุ์ดุร้าย ตัวใหญ่

ราศีกันย์ (17 ก.ย. - 16 ต.ค.) เป็นราศีที่รักอิสระ ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ใดๆเลย แต่ควรทำบุญทำกุศลโดยบริจาคเงิน
ซื้ออาหารให้สัตว์
ราศีตุลย์ (17 ต.ค. - 15 พ.ย.) ควรเลี้ยงปลา เป็นปลาบ่อ ไม่ใช่ปลาตู้
ราศีพิจิก (16 พ.ย. - 15 ธ.ค.) เลี้ยงสุนัขที่มีขนยาว ปุกปุย
ราศีธนู (16 ธ.ค. - 14 ม.ค.) ราศีนี้เป็นเจ้าของหมาได้ แต่คนใกล้ชิดต้องเลี้ยงแทน ควรเป็นหมาพันธุ์เตี้ย ดุ

ราศีมังกร ( 16 ม.ค. - 12 ก.พ.)
เลี้ยงแมวสีสวาดจึงจะดี

ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. - 13 มี.ค.) ไม่ควรเลี้ยงสัตว์เลย
ราศีมีน (14 มี.ค. - 12 เม.ย.)
เลี้ยงปลาสวยงาม เช่นปลาเงิน ปลาทอง


ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ thaiorc.com ค่ะ

ดอกไม้ ประจำวันเกิด


วันนี้เรามีดอกไม้ ประจำวันเกิดมาให้อ่านกันค่ะ … ใครเกิดวันไหน ตรงกับต้นไม้ หรือดอกไม้อะไรก็อย่าลืมไปหามาปลูกนะคะ

เกิดวันอาทิตย์
ต้นไม้ประจำวันเกิด เป็นต้นพวงแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา และต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม
ส่วนดอกไม้ประจำวันเกิด เป็นดอกกุหลาบสีส้ม จะถูกโฉลกกับเธอที่เกิดวันอาทิตย์
คนเกิดวันนี้มีนิสัยทะเยอทะยานและกระตือรือล้น เธอและดอกไม้มีความหมายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ ดอกไม้อีกชนิดสำหรับผู้เกิดวันนี้คือ ดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์เสมอ บอกถึงตัวเธอที่เชื่อมั่น หัวสูง ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย

เกิดวันจันทร์
ต้นไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ต้นจำปี ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอม เธอจะยิ่งโชคดี
ดอกไม้ประจำวันเกิด คือดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวเธอที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย ส่วนดอกไม้อีกชิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนเพราะคนวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติก และช่างฝัน

เกิดวันอังคาร
ต้นไม้ที่แสนดีของเธอคือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถ ออกดอกสีชมพู ต้นเข็มออกดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของเธอออกดอกมากๆ บอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุข
ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกล้วยไม้ โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้

เกิดวันพุธ
ต้นไม้ประจำตัวคนที่เกิดวันพุธนั้นพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว โดยเฉพาะต้นกระดังงา ต้นสนฉัตร ดังนั้นเธอควรปลูกต้นไม้เยอะๆ ถึงจะโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นจะช่วยปกป้องคุ้มครองเธอได้ คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ เพราะคนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูตและรัก สันติภาพ
ดอกไม้ประจำวันเกิด คือดอกบัว ซึ่งคนที่เกิดวันพุธมักจะเป็นนักคำนวณ (เงิน) สีเหลืองอร่ามราวกับทองของดอกไม้ชิดนี้ หมายถึงรักของเธอต้องมาพร้อมเงิน

เกิดวันพฤหัสบดี
ต้นไม้ประจำตัวคือ ต้นโสน ต้นราชพฤกษ์ และต้นบานบุรี หากมีต้นไม้เหล่านี้อยู่ในบ้านจะช่วยคุ้มครองดูแลเธอ
ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกุหลาบสีเหลือง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรัก รักซ้อนซ่อนใจ เพราะคนที่เกิดวันนี้เป็นคนรักงายหน่ายเร็ว เจ้าชู้เล็กๆ ดอกไม้อีกชนิดหนึ่งคือดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึงรักของเธอที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน เธอที่เกิดวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน น่ารักเหมือนดอกไม้ของเธอนั่นแหละ

เกิดวันศุกร์
ต้นไม้ที่แสนดีของคนที่วันศุกร์คือ ต้นพยับหมอก ต้นแส ต้นอัญชัน
ส่วนดอกไม้ของเธอคือ กุหลาบทุกสี เพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่มีเสน่ห์ล้นเหลือ หรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบดอกไวโอแลตว่า "ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ" คนเกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล จึงได้ดอกลาเวนเดอร์ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอน ไปครองอีกดอกหนึ่ง

เกิดวันเสาร์
จะมีต้นไม้พวกต้นกัลปังหา ต้นพวงคราม ต้นอินทนิล เป็นต้นไม้ประจำวันเกิด
ดอกไม้ประจำวันเกิดคือ ดอกลิลลี่ อันหมายถึงรักครั้งแรก รักที่บริสุทธิ์เพราะคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังและซีเรียส จึงรักใครยากหน่อย ทว่าดอกลิลี่เป็นดอกที่กระทบใจคนขี้เหงาวันเสาร์ได้ดีทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจากกะปุกดอทคอมค่ะ.............

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ดูแลตัวเองอย่างไร ในวัย...ใกล้ฝั่ง







แม้ตอนนี้ยังไม่ใกล้ฝั่งเท่าไหร่(เกือบๆแล้ว) เราก็ควรที่จะใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่กับลูกหลานนานๆ คุณยายมลไปได้ความรู้มาจากเว็บไซท์ราชวิทยาลัยแพทย์ออโธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ก็เลยอยากจะเอามาแบ่งปันให้กับผู้อ่านทุกคนค่ะ

อายุมากขึ้นการดูแลสุขภาพก็ต้องยิ่งดูแลมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนแก่ผู้สูงวัย นอกจากตัวผู้สูงอายุเองที่ต้องเอาใส่ใจต่อสุขภาพของตนเองแล้ว บุตรหลานหรือคนใกล้ชิดก็นับเป็นส่วนสำคัญที่สามารถช่วยดูแลด้านสุขภาพให้กับ ผู้ใหญ่ในบ้านได้เช่นกัน ซึ่งเรื่องหลักๆที่ไม่ควรมองข้ามได้แก่เรื่องดังต่อไปนี้
1. การนอน
1.1 เตียงนอน ควรทำด้วยวัสดุที่แข็งและมีผิวเรียบ สูงระดับเข่า เมื่อนั่งห้อยขาข้างเตียงเท้าจะวางราบกับพื้นพอดี
1.2 ที่นอน ควรมีความแน่นและแข็งพอสมควร ขณะนอนไม่ทำให้ลำตัวโค้งงอ ซึ่งทดสอบได้โดยนอนหรือนั่งบน ที่นอนแล้วลุกขึ้น ใช้มือลูบบนที่นอน ถ้ารู้สึกว่าที่นอนยุบบุ๋มลงไปตามน้ำหนักตัว ไม่เรียบเสมอกัน ก็ควรเปลี่ยนที่นอน
1.3 ท่านอน ควรนอนหงายแล้วใช้หมอนหนุนใต้เข่า ให้เข่างอเล็กน้อย หรือ นอนตะแคงกอดหมอนข้าง โดยขาที่วางบนหมอนข้างให้งอสะโพกและเข่าเล็กน้อย ไม่ควร นอนคว่ำเพราะหลังจะแอ่นทำให้ปวดหลังได้
1.4 การลุกจากที่นอน ให้เลื่อนตัวมาใกล้ขอบเตียงแล้วตะแคงตัว งอเข่า งอสะโพก ห้อยเท้าลงข้างเตียง พร้อมกับใช้มือและศอกยันตัวลุกขึ้นนั่งในท่าตะแคงตัวแล้วจึงค่อยลุกยืนต่อไป ไม่ควรลุกขึ้นนั่งในขณะที่นอนหงายอยู่

2. การนั่ง
2.1 เก้าอี้ ควรมี - ความสูงระดับข้อเข่า เมื่อนั่งแล้วฝ่าเท้าจะวางราบกับพื้นพอดี
- ส่วนรองนั่ง ควรมีความลึกพอที่จะรองรับสะโพกและต้นขาได้
- พนักพิง ควรมี ผิวเรียบ เอนไปข้างหลังเล็กน้อย
- ที่เท้าแขน เพื่อเป็นที่พักวางแขนและใช้เป็นที่ยันตัวเวลานั่งหรือลุกยืน
2.2 ท่านั่ง ควรนั่งหลังตรง พิงกับพนักพิง ให้น้ำหนักลงตรงกลางไม่เอียง วางเท้าราบกับพื้น งอเข่าตั้งฉาก ต้นขาวางราบกับที่นั่งให้ข้อพับเข่าอยู่ห่างจากส่วนรองนั่งของเก้าอี้ 1 นิ้ว เพื่อป้องกันการกดทับเส้นเลือดใต้เข่า ถ้าที่นั่งของเก้าอี้ลึกมากและมีช่องว่างระหว่างหลังกับพนักเก้าอี้ ควรหาหมอนมารองแผ่นหลัง ไว้ด้วย ไม่ควรกึ่งนั่งกึ่งนอนเพราะทำให้ปวดหลังได้ง่าย ซึ่งอาจจะไม่รู้สึกปวดทันที บางครั้งข้ามวันไปแล้ว จึงจะเริ่มปวด
2.3 การนั่งส้วม ควร ใช้โถส้วมชนิดมีที่นั่ง (โถชักโครก) และ ทำที่จับบริเวณข้างโถส้วมเพื่อช่วยพยุงตัวเวลานั่งลงหรือลุกขึ้น ไม่ควรนั่งยอง ๆ เพราะจะทำให้เกิดอาการปวดเข่าได้

3. การยืน
ผู้ที่เวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่าหรือหน้ามืดบ่อย ๆ ก่อนลุกจากเตียงหรือเก้าอี้ ให้นั่งห้อยขา ขยับข้อเท้า 5-10 ครั้ง ใช้มือจับที่ยึดเกาะข้างเตียงหรือข้างเก้าอี้ แล้วจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นและยืนนิ่ง ๆ สักพัก เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการเซขณะลุก
ควร ยืนให้หลังตรงในท่าที่สบาย กางขาเล็กน้อย ให้น้ำหนักตัวลงค่อนมาทางส้นเท้า ถ้าต้องยืนในท่าเดียวนาน ๆ ควรขยับตัวเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ หรือยืนให้ลงน้ำหนักบนขาข้างใดข้างหนึ่งสลับกัน หรือ วางพักเท้าบนที่สูงประมาณ 1 คืบ
ถ้าต้องการหยิบของจากพื้น ไม่ควรก้มหลังลงไปหยิบ ใช้วิธีนั่งยอง ๆ งอเข่าและสะโพก แต่ให้หลังตรงจะดีกว่า
การหยิบของจากที่สูง ไม่ควรยื่นมือและยืดตัว ไปหยิบสุดเอื้อมควรหาเก้าอี้หรือบันได เพื่อปีนขึ้นไปหยิบจะดีกว่า
การหิ้วของ ควรปรับน้ำหนักเฉลี่ยใกล้เคียงกันและหิ้ว 2 ข้าง ไม่ควรหิ้วของข้างเดียว ถ้าใช้การอุ้มจะดีกว่าการหิ้ว

4. การเดิน
ควร เดินบนพื้นราบ ใส่รองเท้าแบบมีส้นเตี้ย ( สูงไม่เกิน 1 นิ้ว ) หรือ ไม่มีส้นรองเท้า พื้นรองเท้านุ่มพอสมควรและมียางกันลื่น มีขนาดที่พอดีเวลาสวมรองเท้าเดินแล้วรู้สึกว่ากระชับ ไม่หลวมหรือคับเกินไป ควรใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น ไม้เท้า หรือ โครงเหล็ก 4 ขา ไม่ควร เดินบนพื้นที่ไม่เสมอกัน เช่น บันได ทางลาดเอียง หรือ ทางเดินที่ขรุขระ

ขอบคุณข้อมูลจาก ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

30 องศาเซลเซียส







สำหรับคนเชียงใหม่ 30 องศาเซลเซียส ไม่ใช่เรื่องปกติ



ที่เชียงใหม่ก็ร้อน ไม่ใช่ไม่ร้อน แต่ไม่เท่าที่นี่ ที่ชลบุรี ร้อน แสบผิว เหนียวหน้าเหนียวตัว (คงอยู่ใกล้ทะเล บ้านอยู่ห่างทะเล4-5 กิโล)
อย่าแปลกใจว่าคนที่นี่ นอกจากเปิดแอร์แล้ว พัดลมก็ยังต้องใช้อีก บ้านหลังหนึ่งมีพัดลมกัน 4-5 ตัว ในห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว เอาเป็นว่าตั้งไว้ทุกซอกทุกมุมเลยก็แล้วกัน
อาบน้ำเ สระผม เสร็จปุ๊บ ต้องเปิดพัดลมเลย ไม่เช่นนั้นทาครีม ทาแป้งไม่ได้ เหงื่อพรั่ก โปะแป้งเข้าไปหน้าเป็นแมวคราวเลยก็แล้วกัน
เดือนกรกฎาคม คุณยายมลจะกลับไปอยู่เชียงใหม่กับลูกสาวสักเดือนหนึ่ง ไปสัมผัสสายฝนที่แม่ริม (ก็ยังไม่รู้ว่าฝนจะมีหรือเปล่า)
ก็เนื่องจากว่า กำหนดคลอดหลานยายกลางๆเดือนกรกฎาคม (14 ก.ค.52 ไม่รู้จะเป๊ะอย่างหมอกำหนดไว้หรือเปล่า)
ก็คงจะออกเดินทางประมาณวันที่ 4 หรือ 5 นี่แหละเมื่อเช้าพี่สาวโทรมาบอกว่า เข้าไปเก็บมะไฟ มะม่วง ที่บ้านแม่ริมไปกิน เพราะมันเยอะเหลือเกิน ตอนที่คุณยายมลอยู่ ก็จะเก็บมามัดเป็นกำขายกำละ 10-20 แล้วแต่(แล้วแต่น้ำหนักนะ ไม่ใช่แล้วแต่หน้าตาคนซื้อ) ก็พอได้ค่ากะปิน้ำปลาบ้าง แต่ตอนนี้ก็ไม่มีคนขายแล้ว เพราะลูกสาว ลูกเขย แจกอย่างเดียวค่ะ ก็...ยังดีกว่าปล่อยให้มันเน่า ร่วงหล่นเป็นขยะไม่เป็นประโยชน์กับใคร
ตอนนี้ ที่กำลังพิมพืถึงนี่ ก็ปรากฎว่าฟ้าดำมืดมาทีเดียว ถ้าตก ก็หนักเอาการ แต่ส่วนมากจะมืดฟ้า แต่ไม่มัวฝน เพราะเจอพายุพัดเอาเมฆไปตกที่อื่นหมด
ใครมาอยู่ที่นี่ต้องปรับสภาพ ทำใจ และดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น นอกจากอาหารการกินจะไม่เหมือนบ้านเราแล้ว ดินฟ้าอากาศก็ยังไม่เหมือน ซ้ำจะแย่ไปกว่าอีก
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้กี่องศา แต่ถึงจะกี่องศา เราก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่แล้ว ปรับอากาศไม่ได้ ก็ปรับตัว ปรับใจของเราดีกว่า...
ไปละค่ะ แล้วจะกลับมาใหม่
คุณยายมล