วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2552

เรื่องร้อยวันของพ่อ...ขออ้วนเล่ามั่ง...










พ่อครับ,


อ้วนคิดถึงพ่อจัง
เมื่อสักวันที่ 16 เมษา แม่กับพี่โม่เอาอะไรไม่รู้มาแปะรอบกระจกรถสีมืดๆ ได้ยินแม่พูดว่า... มันป้องกันความร้อนได้ แอร์ทำงานไม่หนักด้วย อ้วนไม่รู้เรื่องหรอก เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องของหมา
และเมื่อเช้าวันที่ 19 เมษายน แม่ก็ล้างรถ เช็ดรถ ขนเอาข้าวของเยอะแยะ มีกระเป๋าเสื้อผ้าของแม่กับพี่โม่ด้วย มาใส่กระโปรงหลังรถ
สักพัก พี่โม่ก็บอกแม่ว่า
"แดดออกละ เดี๋ยวโม่จะอาบน้ำให้ไอ้อ้วน ไม่อาบเดี๋ยวเหม็นในรถ"
แล้วอ้วนก็โดนอาบน้ำฟอกแชมพู ถึงอ้วนไม่ค่อยชอบน้ำเท่าไหร่นัก แต่ก็รู้สึกสบายดี เลยไม่ดิ้นขัดขืนพี่โม่เลย หอมตัวเองด้วยแหละพ่อ
พอตกเย็น แดดลับ แม่กับพี่โม่ก็จับอ้วนขึ้นรถ แม่ล็อคกุญแจบ้าน อ้วนเห็นแม่จุดไฟเผาไม้อะไรสักอย่างหลายก้านด้วย มีกลิ่นหอมๆเหม็นๆชอบกล แล้วแม่ก็พูดอะไรไม่รู้งึมๆงัมๆ กับพื้นดินใต้ต้นมะยมหน้าบ้าน
จับใจความได้ว่า จะเอาโกศกระดูกพ่อไปเชียงใหม่ ไปทำบุญร้อยวัน แม่เที่ยวเดินไปบอกคนที่อยู่ใกล้ๆบ้าน อ้วนได้ยินว่า "ฝากดูแลบ้านด้วยนะคะ"
อ้วนแอบดีใจจังจะได้ไปบ้านเชียงใหม่...อ้วนกระโดดในรถ เลยถูกพี่โม่เอ็ดเอา แถมเงื้อมือจะตีด้วย
นานแล้วตั้งแต่พ่อไม่อยู่ อ้วนก็ไม่เคยนั่งรถไปไหนเลย ไม่เหมือนตอนมีพ่อ ได้นั่งรถเที่ยว ไปทะเล ไปโน่นไปนี่ วันนี้ขึ้นไปนั่งรถ อ้วนอึดอัดมาก มันมืดๆ จากที่แม่เอาอะไรมาแปะกระจกรถ อ้วนเวียนหัว มองอะไรก็ไม่ชัด พี่โม่เอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่แม่เอาให้อ้วนนอน มาปูทับบนเบาะหลัง แล้วก็บังคับให้อ้วน "นอนๆๆๆ" ตลอดทาง
พี่โม่ขับรถออกจากบ้านไปตามถนน (ที่อ้วนก็ไม่รู้จัก เพราะทุกทีไปกับพ่อ หันหน้ารถไปอีกทาง สงสัยวันนี้ไม่ไปทะเลเหมือนพ่อเคยพาไป) อ้วนตื่นเต้นมากๆ มีรถรามากเหลือเกิน คันใหญ่ๆ อ้วนก็เลยส่งเสียงแบบทำให้พี่โม่ตกใจเลย ได้ยินแม่พูดกับพี่โม่ว่า
"อ้วนมันกลัวรถคันใหญ่ๆ ที่เสียงดังๆ ตั้งแต่อยู่เชียงใหม่ คงจะเป็นเพราะเคยถูกรถเฉี่ยวเมื่อตอนเล็กๆ เลยฝังใจ เคยถูกมอไซทับขาด้วย" แต่อ้วนเลือนๆ นะพ่อ จำไม่ชัดเท่าไหร่
วันนี้พี่โม่ดุจัง เดี๋ยวก็เอ็ด เดี๋ยวก็ตีอ้วน ก็มันตื่นเต้นจริงๆนี่พ่อ แต่พี่โม่ตีไม่แรงหรอก อ้วนรู้ว่าพี่โม่เจ็บแขน อ้วนก็เลยไม่เจ็บ แหะๆแกล้งทำเป็นเจ็บเอง...
เดี๋ยวก็แวะจอดตรงถนนแคบๆ มีหลังคา มีห้องเล็กๆ คนอยู่ข้างใน เอากระดาษยื่นให้พี่โม่ พี่โม่ก็เอากระดาษ (แม่บอกว่าเป็นสตางค์ 30 บาท) ยื่นให้เขา อ้วนเสียดายตังค์ ก็เลยเห่า ถูกเอ็ดอีกละ
ขับไปได้สักพักใหญ่ๆ ก็ทำอย่างเดิม อ้วนแอบนับตามประสาหมา ได้ 4 หนแน่ะพ่อ มารู้ตอนหลัง เมื่อแม่พูดกับพี่โม่ ว่าเป็นด่านเก็บเงินค่าทางด่วน มนุษย์นี่อะไรก็ใช้เงินหมดเลย ค่าหนทางก็เสียเงิน ดีละที่อ้วนเกิดเป็นหมา ไม่งั้นคงปวดหัวแย่เลย
อ้วนไม่ยอมกินอะไรเลยตลอดทาง มันตื่นเต้น ไม่หิวเลย จิบน้ำนิดเดียวเอง
มาถึงเชียงใหม่เช้ามืด อ้วนจำได้ นึกออกละว่าเคยอยู่ที่นี่ อ้วนลงรถได้ ก็กระโดดถีบประตูที่เขาเรียกว่ามุ้งลวด เข้าไปในบ้านเลย ตามหาพ่อที่ไหนก็ไม่มี แม่เรียกอ้วนมาแล้วลูบหัวอ้วน แม่พูดเสียงเครือๆ ว่า
"อ้วนไม่ต้องหาพ่อหรอก พ่อไปสวรรค์แล้ว พ่อไม่อยู่กับเราแล้ว "
ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าสวรรค์มันอยู่ไหน แต่ก็เชื่อแม่ อ้วนนอนพัก แม่ลูบหัวแล้วชมว่า "เก่งๆๆๆ"
อ้วนวิ่งไปในกรงที่อยู่ในสวน นึกออกลางๆ ว่ามีหมาหลายตัว แต่ตอนนี้เหลือ แม่มะหมี่ของอ้วนตัวเดียว พอจำได้บ้างว่าแม่ยกให้คนอื่นไปช่วยเลี้ยง 2-3 ตัว แม่มะหมี่ดีใจที่เห็นอ้วน แต่อ้วนก็ยังงงๆ ว่า อ้วนตัวสีดำ แต่แม่สีน้ำตาล ใช่แม่เราป่าวเนี่ย...
อ้วนอยู่ที่เชียงใหม่ แม่กับพี่โม่ไม่ล่ามเลย ปล่อยวิ่งเล่นในสวน อ้วนแอบกระโดดน้ำเหมืองข้างบ้านลงเดินเล่น น้ำไม่ลึก เย็นสบายดี ขึ้นมาตัวเปียก ก็...โดนดุอีก ช่างมันเถอะ...ดุก็ช่างเพราะมันสนุกดี
วันรุ่งขึ้น แม่เก็บกวาดบ้าน เห็นคนมาบ้านหลายคนเลย ขนโต๊ะ เก้าอี้ เอาเต้นท์ มากาง เอาเก้าอี้มาจัดๆ เป็นแถว อ้วนนั่งดูเฉยๆ บางทีก็เห่าคนที่อ้วนไม่เคยรู้จัก บางคนก็เอาด้ายสีขาวๆมอๆ มาวนล้อมรอบบ้าน บางคนก็เอาไก่มาต้มในน้ำเดือดๆ แล้วก็ดึงขนมันตั้งหลายตัว ได้ยินเขาคุยกันว่า จะแกงอ่อมพรุ่งนี้ อ้วนคงไม่ได้กินเพราะแม่เคยบอกว่า แกงมันเผ็ด อ้วนกินไม่ได้ ขนจะร่วง แต่อยากกินไก่จัง...พอจัดเรียบร้อย แม่ก็เรียกพวกเขามากินข้าว กินเหล้าด้วย
อีกวันต่อมา ได้ยินเขาพูดกันว่า วันที่ 23 สายๆ อ้วนเห็นพี่โม่ไปรับพระสงฆ์ที่ไหนไม่รู้ ใส่รถมา ดูเหมือนจะมี 5 รูป (อ้วนเริ่มนับจำนวนเก่งละพ่อ) พระมานั่ง ร้องเพลงหรืออะไรไม่รู้นานเหมือนกัน อ้วนไม่เห็นเพราะตอนนี้โดนล่ามแล้ว ได้ยินแต่เสียง สักพักก็มีคนยกข้าวไปให้พระ มีไอติม มีผลไม้ตั้งหลายอย่าง ไม่นานนัก พระก็เอาใบไม้จุ่มๆน้ำในขันใบใหญ่ที่มีคนถือให้ พระเอาน้ำสลัดใส่คนโน้นทีคนนี้ที คนที่ถูกน้ำก็ยกมือไหว้ แล้วก็ว่า "สาธุๆๆ" ลงมาหลังบ้านที่อ้วนนอนอยู่ อ้วนก็โดนน้ำด้วยนะพ่อ อ้วนว่าไม่เป็นอย่างคน ก็เลยเห่าและกระดิกหางด้วย
พวกคนหลายๆคนที่มาบ้านเรา (ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ๆ) ก็นั่งล้อมวงกินข้าวกลางวัน สักพักก็กลับกัน เหลืออีกพวกหนึ่งเป็นผู้หญิง ไม่ค่อยแก่ เขาช่วยกันล้างถ้วยชามกองเบ้อเริ่ม เสร็จแล้ว แม่ก็ไปซื้อเหล้าเบียร์มาให้พวกเขานั่งกินกัน จนดึกเลยถึงเลิก
ตอนดึกพวกเขากลับกันหมดแล้ว พี่โม่ก็เมาแล้ว นอนแล้ว พี่เมก็นอน พี่ปูก็นอน พี่ม่อนก็ขับรถให้ลุงหมานป้าแอ๊ด กลับกันหมดละ เห็นแม่เก็บกวาด ล้างถ้วย ล้างแก้ว คนเดียว จนดึกมากเลย สงสารแม่จัง
เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาเห็นแม่แต่งตัวแปลกๆ ไม่เป็นเสื้อสีดำๆเหมือนเคยใส่ อ้วนไม่รู้ว่าทำไม แม่สวมเสื้อลายดอกไม้ ไปกับพี่โม่ และพี่วิข้างบ้าน บอกว่าจะไปกินข้าวบ้านฝรั่ง ปล่อยอ้วนอยู่กับพี่เม พี่ปูที่บ้าน
แม่กลับมาตอนเที่ยงๆ พี่โม่จับอ้วนอาบน้ำอีก อ้วนก็เลยเดาว่า วันนี้คงนั่งรถอีกละ แม่ขนของใส่รถ แล้วพี่โม่ก็ขับออกมา พี่เม กับพี่ปูออกมาส่งยกมือไหว้ด้วย อ้วนได้ยินแม่บอกพี่เมว่า
"อย่าลืมจุดธูปบูชาโกศพ่อ ทำความสะอาดทุกวัน ปัดฝุ่นทุกวันนะ"
พี่โม่ขับมาบ้านใครไม่รู้ ไกลจากบ้านเราที่แม่ริม ตอนหลังรู้ว่าเป็นเพื่อนแม่ บ้านนี้มีหมาเยอะมาก แต่อ้วนไม่กลัวพวกมัน มันก็ไม่กลัวอ้วน เราเห่ากันเต็มบ้าน จนแม่พูดกับเพื่อนแม่ไม่รู้เรื่อง แม่ก็เลยออกมา พากันขับรถมาตามถนน อ้วนนอนบ้างยืนมองถนนหนทางบ้าง จำได้ละ เป็นทางกลับบ้านพี่โม่... พี่โม่ขับบ้าง จอดแวะจูงอ้วนเดินเล่นบ้าง เอาน้ำ ข้าวให้อ้วนกิน แต่อ้วนกินน้ำอย่างเดียว
ฟ้าสาง เราสามคน อ้อ.. 2 คนกับ 1 ตัว ก็มาถึงบ้านที่ชลบุรี....
ถึงเสียที เพลียมาก...ไม่ได้หลับเลย..
อ้วนไม่ตามหาพ่อละ จำคำแม่ได้ ว่าพ่อไปสวรรค์แล้ว
อ้วนลูกรักของพ่อ...












วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

นิคเนมสุดท้าย....."ลุงเป้ก" จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 11







พ่อ ที่คิดถึง,
เมื่อสองวันก่อน อากาศร้อนมาก ร้อนจนต้องเสียคำพูดกับตัวเอง ที่ว่า จะไม่กินของหวานๆ เนื่องจากน้ำหนักขึ้นเอาขึ้นเอา ไม่บันยะบันยัง
แม่ออกไปซื้อน้ำแข็งไสที่หน้าหมู่บ้าน ร้าน "ช่างแซ" ช่างรับเหมาก่อสร้างในหมู่บ้านวราศิริ ลูกสาวช่างขายน้ำแข็งไส ที่พ่อเคยซื้อมาให้แม่กินทุกวัน (จริงๆ ไม่มีเว้น เนื่องจากพ่อต้องไปกรึ๊บที่ร้านนี้ ก็เลยซื้อเป็นของฝากติดมือมาให้) หลังจากที่พ่อซื้อมาให้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2552 ก็ไม่ได้กินอีกเลย จนวันนี้
ภรรยาช่างแซ ชื่อเหมียว ก็คุยถึงพ่อ ว่าเป็นลูกค้าขาประจำ พ่อชอบมาซื้ออะไรบ้างแกก็จะจำได้หมด เช่น พ่อชอบซื้อน้ำส้มตราสายน้ำผึ้ง ยี่ห้ออื่นไม่เอา น้ำอ้อยสด กระเจี๊ยบขาว (ขอพันธุ์มาปลูกด้วย)กล้วยหอมมั่ง กล้วยน้ำว้ามั่ง เป็นเครือๆ เคยจองตั้งแต่ยังเป็นหัวปลีก็มี เอาถุงปุ๋ยไปห่อไว้เองอีกต่างหาก
เธอก็เล่าอีก ว่าเมื่อเดือนยี่เป็ง พ่อก็เคยมาตัดเอาต้นกล้วยไปทำซุ้มประตูป่า (แบบเมืองเหนือ) ช่างแซ ก็ให้ฟรีๆ โดยไม่คิดเงิน
อยู่ๆ เธอก็เอ่ยชื่อ "ลุงเป้ก" ขึ้นมา แม่ก็งง ว่า ใคร กำลังคุยเรื่องพ่ออยู่ดีๆ เอาลุงเป้ก มาจากไหน?
เห็นแม่งงอยู่ เหมียวก็เลยขยายความว่า ..........อ๋อ..ที่นี่เค้าเรียกพ่อว่า "ลุงเป้ก" เพราะ เดี๋ยวๆ ก็เดินมา 1 เป้ก
เดี๋ยวเป้ก เดี๋ยวเป้ก....
ก็น่ารักดีนะ เป็นนิคเนมสุดท้ายของพ่อ ที่แม่ไม่เคยเรียกเลย...
วันนี้ก็เลยมาเรียก "ลุงเป้ก" ที่นี่
ไปก่อนนะลุงเป้ก เดี๋ยวจะไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของ เดินทางไปเชียงใหม่ ทำบุญร้อยวันให้ลุงเป้กไงล่ะ...........
รักพ่อเหมือนเดิม,
แม่



วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

วันสงกรานต์ที่ชลบุรี







ดูหัวข้อเรื่องแล้ว ใครมาอ่านก็จะเข้าใจว่า คุณยายมลจะเขียนบรรยายเหตุการณ์วันสงกรานต์ที่จังหวัดชลบุรีแต่จริงๆ แล้ว กำลังจะเขียนบรรยายบรรยากาศสงกรานต์ที่(บ้าน)ชลบุรี ว่ามันเงียบเหงาเหลือเกิน
ในหมู่บ้านร้อยกว่าหลัง เหลือคนอยู่ไม่กี่หลัง นอกนั้นกลับภูมิลำเนากันหมด
ปกติแล้วซอย 2 ฝั่งขวา เป็นซอยที่คึกคักที่สุด เพราะมีบ้านเต็ม 10 หลัง และคนอยู่ทุกหลัง แต่ช่วงสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่เป็นวันหยุด จนถึงวันนี้ (15) มีคนอยู่บ้าน 3 หลัง คือบ้านคุณยายมล, บ้านคุณยายน้อย เพื่อนบ้านรั้วติดกันซ้ายมือ และอีกหลังถัดไป อีก 7 หลังในซอย ปิดเงียบ กลับกันวันที่ 19 เพราะวันที่ 20 ก็จะเป็นวันทำงานวันแรกหลังหยุดเทศกาลหลายวัน
วันนี้ได้ยินคนคุยกันว่าเมื่อคืนนี้ราวๆ สี่ทุ่ม มีขโมยเข้าบ้านหลังสุดท้ายซอย 4 ฝั่งขวา คุณยายมลก็เลยใจไม่ค่อยดี กลัวว่าช่วงที่เดินทางกลับเชียงใหม่ 19- 25 เมษา ต้องทิ้งบ้านไว้หลายวัน
แต่บ้านเราอยู่ตรงกลางๆ หลังแรก กลับบ้านช่วงนี้ วันที่ 19 ก็มาละ หลังบ้านกลับมาเมื่อบ่ายๆ วันนี้แล้ว หน้าบ้าน 2 หลัง หนูเจี๊ยบคงกลับจากบ้านที่กรุงเทพพรุ่งนี้ และอั๋นกับไหม ก็คงกลับจากกาฬสินธุ์มา 19 เมษาเช่นกัน
สงกรานต์ที่นี่ เริ่มช้ากว่าที่เชียงใหม่ มีข้อมูลเอามาจากกูเกิ้ล ให้อ่านกันด้วย
ประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางมักจะเล่นกันระหว่างวันที่ 13-14-15 ของเดือนเมษายน ส่วนในภาคตะวันออกนั้นจะแตกต่างจากที่อื่นคือ จะเริ่มเล่นสาดน้ำกันประมาณวันที่ 16 หรือ 17-18-19 เมษายน โดยเรียกว่า “วันไหล” สำหรับเมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานในวันที่ 19 เมษายนของทุกปีโดยมีกิจกรรมต่างๆเช่น พิธีรดน้ำดำหัว ขบวนวันไหล การสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานของประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ วันไหลที่พัทยาถือว่าเป็นที่นิยมสำหรับเทศกาลสงกรานต์เป็นอย่างมาก ถนนเกือบทุกสาย ภายในเมืองพัทยาล้วนแต่ออกมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์เกือบทุกสาย ตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงถึงมืด ก็ยังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งเมืองพัทยาเองมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายจึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีผู้นิยมมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์ในวันไหลพัทยามากและมีีชื่อเสียงอีกทีหนึ่ง เช่นกัน
วันที่ : บริเวณ
17 : บางแสนและศรีราชา
18 : นาเกลือ
19 : พัทยา
20 : บางเสร่และสัตหีบ
มีรูปสงกรานต์แถวๆ นี้มาให้ดูด้วยจ๊ะ
คุณยายมล

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 10







พ่อที่คิดถึง...,
เผลอแป้บเดียวแม่ก็เขียนจดหมายถึงพ่อได้ 10 ฉบับแล้ว นี่ถ้าเขียนทุกวัน ก็ได้ 86 ฉบับแล้ว เพราะนับจากวันที่พ่อจากพวกเราไปก็ครบ 86 วัน วันนี้แล้ว
วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับผลงานของพ่อมาเล่าให้ฟังอีก และถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะ ก็ฟักทองที่พ่อปลูกไว้ที่ริมรั้ว มันสวยงามมากๆ เลย นอกจากจะเด็ดเอายอดมันมาผัดน้ำมันหอยกินกับลูกหลายรอบแล้ว มันยังติดลูกหลายลูก แต่พอมันโตเท่าลูกปิงปองมันก็ร่วงหมด เหลือสัก4-5 ลูก...(ถือว่าดี...ฮา)
ก็เลยคุยกับลูกว่า เผื่อถึงวันทำบุญ 100 วันให้พ่อ ฟักทองก็คงโตได้ที่ กล้วยน้ำว้าอีก 2 เครือ ก็คงกินได้แล้วเหมือนกัน เราจะเอาไปเชียงใหม่ด้วย
พ่อ.. แม่เลื่อนทำบุญเข้ามา เป็นวันที่ 23 เมษายน ครบ 100 วันพอดี มีเหตุผลว่า ถ้าทำวันที่ 25 วันจันทร์ที่ 27 ลูกก็ต้องหยุดงานอีก โอเค.ตามนี้นะจ๊ะ แม่ส่ง SMS ไปให้ใครๆ หลายคนละ ส่วนมากก็เพื่อนพ่อ ลูกน้องเก่าพ่อบ้าง มาได้ก็มา มาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
เอาแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฟังปราศัยชุมนุมคนเสื้อแดง ตอนนี้ จตุพร พรหมพันธ์พูดพอดี จะฟังเผื่อนะจ๊ะ
รักพ่อเหมือนเดิม,
แม่

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

ลูกๆ..ฝากให้พ่อ...











คืนหนึ่งที่ เหน็บหนาว เมื่อดาวคล้อย
ดวงเดือนลอย ลับเลือน แล้วเลื่อนหาย
หยดน้ำตา หยาดน้ำค้าง พรูพร่างพราย
แสนเสียดาย ห่วงหา เฝ้าอาวรณ์
จากวันที่ มีพ่อ อยู่ใกล้ใกล้
พ่อใส่ใจ ดูแล และพร่ำสอน
ความรักพ่อ ล้นเหลือ เอื้ออาทร
ลูกหลานร้อน ผ่อนคลาย ได้ทุกครา
ฝีมือทำ กับข้าวพ่อ ก็อร่อย
พ่อจะคอย บริการ ด้านจัดหา
พ่อแนะทาง วางแถว แนวชีวา
เรารู้ซึ้ง ถึงคุณค่า มาแต่ไร
แล้ว ..วันเสาร์ที่สิบมกรา
รู้ดีว่า พ่อต้องพราก จากไปไหน ?
ทั้งที่รู้ ก็สุดที่ จะทำใจ
ทนเห็นพ่อ จากไป ไม่ได้เลย
ที่สิบสาม มกรา สามโมงเศษ
พ่อสิ้นเกตุ สิ้นโศก โอ้อกเอ๋ย
ไม่มีพ่อ ให้เห็น เหมือนเช่นเคย
ลูกสุดเอ่ย เผยคำ พร่ำพรรณนา
หลับตาเถิด หลับใหล ให้เป็นสุข
ลืมเรื่องทุกข์ ทั้งปวง อย่าห่วงหา
กลอนบทนี้ เหมือนเป็น เช่นสัญญา
“จะดูแล มารดา...สืบต่อไป”
“เรา” แม่..ลูก และหลาน ในวันนี้
จะสร้างสม ความดี ที่ฝันใฝ่
เพื่อผลบุญ จะหนุนนำ ตามพ่อไป
สู่บันได แห่งสวรรค์ ตามครรลอง !


ลูกๆ ของพ่อ..(13-1-09)

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 9






พ่อ ที่คิดถึง
มาตามสัญญาแล้ว และมีข่าวที่พ่อต้องภาคภูมิใจมาบอกด้วย...
เมื่อวานนี้ตอนเย็น โม่กลับจากทำงานมาถึงบอกแม่ว่า เย็นนี้เพื่อนจะมากินข้าวที่บ้าน (ก็หมายถึงกินเบียร์น่ะแหละ) เพื่อฉลองตำแหน่งให้ลูก ลูกคนโตพ่อได้เลื่อนเป็น Supervisor แล้ว (ไม่ใช่ซุปหน่อไม้นะ) แม้ค่าตำแหน่งจะได้ไม่กี่พัน แต่แม่ก็ชมและให้กำลังใจลูกว่า ลูกทำดีแล้ว และโชคดีกว่าคนอีกหลายคน ณ ชั่วโมงนี้ไม่ถูกปลดออกก็ดีถมเถ นี่ซ้ำได้เลื่อนตำแหน่งอีก ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว (แม่พูดเข้าท่าป่าว?)
น้องเม ออนเอ็มคุยกับแม่เรื่องงานร้อยวันพ่อ ว่าจะทำกับข้าวอะไรบ้าง แม่ก็เลยสรุปว่า ... พ่อชอบกินลาบ แกงอ่อม ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบนี่ คนที่ทำถูกปากพ่อ นอกจากตัวพ่อเอง ก็ต้องเป็นลุงหมาน แต่ลุงหมานก็หมดสภาพ คงทำได้แต่นั่งยิ้มเป็นกำลังใจเท่านั้น พ่ออย่าทำหน้างงสิ ลุงหมานคู่เขยพ่อไง..เขยใหญ่น่ะ
แม่นึกถึงลุงหวัดเพื่อนซี้พ่อ ที่ทำลาบอร่อย และพ่อก็เคยทานฝีมือลาบลุงหวัดมาแล้ว ยิ่งป้านวลขวัญใจ ลุงหวัดเป็นประธานกลุ่มแม่บ้าน โอ้ย..อะไรมันจะลงตัวขนาดนั้น ก็เลยให้น้องเมติดต่อแล้ว กำลังคำนวณว่าจะเชิญแขกกี่คน ทำลาบกี่โล แกงอ่อมไก่กี่ตัว
เถาวัลย์ เพื่อนแม่จะทำลาบหมูสุกมาช่วย ส่วน ลาบหมูดิบ กับแกงอ่อมไก่ ให้ป้านวลกับลุงหวัดทำ ส้มตำ กับปีกไก่ย่าง จะขอน้องวิกับน้องเนยทำให้ (น้องวิคือเพื่อนบ้านแสนดี น้องเนยเป็นคนเชียงแสนแต่งงานกับ Ivo Wisner ชาวเยอรมันมาซื้อบ้านอยู่ใกล้ๆกัน อายุอ่อนกว่าลูกคนโตเรา 1 ปี เป็นเด็กดี น่ารัก แม่ยังไม่ได้ติดต่อ วันนี้หลังจากไปทำบุญให้ตา-ยาย-พ่อแล้วจะจัดการ) ข้าวจะนึ่งเอง เพราะมีข้าวสารเยอะแยะที่พ่อปูส่งมาจากหนองคาย กินไม่ทันกลัวมอดขึ้น น้องเมก็เลยตักแจกไปบ้าง
วันนี้ที่ต้องทำบุญถึงหลายคน เพราะวันที่ 2 เมษายน ครบ 12 ปีที่ตานิดจากลูกๆหลานๆไป แต่ต้องให้ยายสุดใจด้วย เพราะจะได้มานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน 3 คน (พ่อ-แม่ และลูกเขยไง)
แม่จะไปวัดก่อนนะพ่อ ว่างๆ หรือคิดถึง หรือมีเรื่องเม้าท์ จะเขียนมาใหม่จ๊ะ
รัก
แม่

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 8







พ่อ ที่รัก,



พ่อคงโล่งอก หลับสบาย ไม่หนวกหูบรรดาญาติโกโหติกาของแม่อีกละคืนนี้ เพราะพวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้า ล้อหมุนเมื่อ 08.19 น. (31/3/2552) พอพวกลับตา แม่ก็เริ่มทำรังหนูให้กลับมาเป็นบ้านอีกครั้งหนึ่ง แต่...ในความอึกทึกครึกโครม ในความรกรุงรังนี้ มันซ่อนความสุข ความบรรเทิงใจอยู่ไม่น้อย แม่ไม่เหงา เพราะพาพวกเขาไปเที่ยวโน่นนี่ ก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศแต่โม่ค่อนข้างซีเรียส เพราะไม่ค่อยคุ้นชินกับคนเยอะๆ ในสภาพนี้ (หมายถึงสภาพ เสื้อทางกางเกงทางถุงเท้าอยู่หน้าข้าง อยู่หลังข้าง พื้นบ้านเหนียว...)
แต่ตอนนี้แม่ก็อยู่คนเดียวอีกละ ก็ดีเหมือนกันได้มีเวลาคิดนั่นเขียนนี่
เมื่อวานน้องเมออนเอ็มมาคุยกะแม่ รายงานว่า ปีนี้ มะม่วงออกลูกเต็มเลย กระท้อนไม่ออก (อาจไม่ใช่ฤดูมัน) มะไฟล้นต้นเลยเหมือนทุกปี ส้มโอติดดอกแล้วร่วงเกือบหมด ชมพู่,มัลเบอรี่,มะพร้าวไม่พูดถึงเลย สงสัยไม่ได้เดินเข้าไปในสวน
ปูเอาเสาปูนที่บ่อกบ ไปทำโรงปลูกผักในที่ดินของน้าจิ๋ว (ขออนุญาตน้าจิ๋วแล้ว) วันที่ 5 เมษานี้ น้าจิ๋วจะมากินข้าวที่บ้านแม่ริม
พ่อ น้องเมแกะประตูห้องกลาง(ห้องนอนม่อน) ออกเพราะมันถูกปลวกกิน กลับไปทำบุญ 100 วันพ่อ ค่อยซื้อมาติดใหม่ ตกลงบ้านเราว่างตั้ง 3 ห้องแน่ะ น่าให้คนเช่านะ ห้องละพันห้า ก็น่าจะดี (ล้อเล่นน่า)
บ้านเราที่ชลฯตอนนี้ร้อนมาก ร้อนแบบแสบผิวหนังเลย บทฝนจะตกก็ตกลงมาหน้าตาเฉย พอฝนหยุด แดดก็เปรี้ยงๆ อีก หน้าตาแม่ตอนนี้...ถ้าพ่อยังอยู่ต้องเรียกว่า "ขวานฟ้าหน้าดำ" แน่ๆเลย
ลืมขออนุญาตพ่อ เป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ(สำหรับพ่อ) คือเรื่องต้นไม้ที่พ่อเอามาปลูกในบ้าน ตอนนี้โม่ได้ยกให้เพื่อนบ้านไป 3 ต้นแล้ว และแม่ก็เห็นด้วย เพราะมันเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ หากโตเต็มที่ ก็จะเบียดกำแพงรั้ว และสูงบดบังทัศนียภาพ ก็เลยเอาต้นชมพู่ทับทิมจันทน์ ให้ "นิ"บ้านติดกันซ้ายมือ เอาต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ และต้นขนุนให้แม่น้องส้มโอ อยู่หลังแรกมุมสี่แยกซอย 2 ฝั่งหลังคาแดง...
พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้จะเขียนมาใหม่นะจ๊ะ ไปก่อนละ บาย...
แม่