วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

นิคเนมสุดท้าย....."ลุงเป้ก" จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 11







พ่อ ที่คิดถึง,
เมื่อสองวันก่อน อากาศร้อนมาก ร้อนจนต้องเสียคำพูดกับตัวเอง ที่ว่า จะไม่กินของหวานๆ เนื่องจากน้ำหนักขึ้นเอาขึ้นเอา ไม่บันยะบันยัง
แม่ออกไปซื้อน้ำแข็งไสที่หน้าหมู่บ้าน ร้าน "ช่างแซ" ช่างรับเหมาก่อสร้างในหมู่บ้านวราศิริ ลูกสาวช่างขายน้ำแข็งไส ที่พ่อเคยซื้อมาให้แม่กินทุกวัน (จริงๆ ไม่มีเว้น เนื่องจากพ่อต้องไปกรึ๊บที่ร้านนี้ ก็เลยซื้อเป็นของฝากติดมือมาให้) หลังจากที่พ่อซื้อมาให้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2552 ก็ไม่ได้กินอีกเลย จนวันนี้
ภรรยาช่างแซ ชื่อเหมียว ก็คุยถึงพ่อ ว่าเป็นลูกค้าขาประจำ พ่อชอบมาซื้ออะไรบ้างแกก็จะจำได้หมด เช่น พ่อชอบซื้อน้ำส้มตราสายน้ำผึ้ง ยี่ห้ออื่นไม่เอา น้ำอ้อยสด กระเจี๊ยบขาว (ขอพันธุ์มาปลูกด้วย)กล้วยหอมมั่ง กล้วยน้ำว้ามั่ง เป็นเครือๆ เคยจองตั้งแต่ยังเป็นหัวปลีก็มี เอาถุงปุ๋ยไปห่อไว้เองอีกต่างหาก
เธอก็เล่าอีก ว่าเมื่อเดือนยี่เป็ง พ่อก็เคยมาตัดเอาต้นกล้วยไปทำซุ้มประตูป่า (แบบเมืองเหนือ) ช่างแซ ก็ให้ฟรีๆ โดยไม่คิดเงิน
อยู่ๆ เธอก็เอ่ยชื่อ "ลุงเป้ก" ขึ้นมา แม่ก็งง ว่า ใคร กำลังคุยเรื่องพ่ออยู่ดีๆ เอาลุงเป้ก มาจากไหน?
เห็นแม่งงอยู่ เหมียวก็เลยขยายความว่า ..........อ๋อ..ที่นี่เค้าเรียกพ่อว่า "ลุงเป้ก" เพราะ เดี๋ยวๆ ก็เดินมา 1 เป้ก
เดี๋ยวเป้ก เดี๋ยวเป้ก....
ก็น่ารักดีนะ เป็นนิคเนมสุดท้ายของพ่อ ที่แม่ไม่เคยเรียกเลย...
วันนี้ก็เลยมาเรียก "ลุงเป้ก" ที่นี่
ไปก่อนนะลุงเป้ก เดี๋ยวจะไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของ เดินทางไปเชียงใหม่ ทำบุญร้อยวันให้ลุงเป้กไงล่ะ...........
รักพ่อเหมือนเดิม,
แม่



วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

วันสงกรานต์ที่ชลบุรี







ดูหัวข้อเรื่องแล้ว ใครมาอ่านก็จะเข้าใจว่า คุณยายมลจะเขียนบรรยายเหตุการณ์วันสงกรานต์ที่จังหวัดชลบุรีแต่จริงๆ แล้ว กำลังจะเขียนบรรยายบรรยากาศสงกรานต์ที่(บ้าน)ชลบุรี ว่ามันเงียบเหงาเหลือเกิน
ในหมู่บ้านร้อยกว่าหลัง เหลือคนอยู่ไม่กี่หลัง นอกนั้นกลับภูมิลำเนากันหมด
ปกติแล้วซอย 2 ฝั่งขวา เป็นซอยที่คึกคักที่สุด เพราะมีบ้านเต็ม 10 หลัง และคนอยู่ทุกหลัง แต่ช่วงสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่เป็นวันหยุด จนถึงวันนี้ (15) มีคนอยู่บ้าน 3 หลัง คือบ้านคุณยายมล, บ้านคุณยายน้อย เพื่อนบ้านรั้วติดกันซ้ายมือ และอีกหลังถัดไป อีก 7 หลังในซอย ปิดเงียบ กลับกันวันที่ 19 เพราะวันที่ 20 ก็จะเป็นวันทำงานวันแรกหลังหยุดเทศกาลหลายวัน
วันนี้ได้ยินคนคุยกันว่าเมื่อคืนนี้ราวๆ สี่ทุ่ม มีขโมยเข้าบ้านหลังสุดท้ายซอย 4 ฝั่งขวา คุณยายมลก็เลยใจไม่ค่อยดี กลัวว่าช่วงที่เดินทางกลับเชียงใหม่ 19- 25 เมษา ต้องทิ้งบ้านไว้หลายวัน
แต่บ้านเราอยู่ตรงกลางๆ หลังแรก กลับบ้านช่วงนี้ วันที่ 19 ก็มาละ หลังบ้านกลับมาเมื่อบ่ายๆ วันนี้แล้ว หน้าบ้าน 2 หลัง หนูเจี๊ยบคงกลับจากบ้านที่กรุงเทพพรุ่งนี้ และอั๋นกับไหม ก็คงกลับจากกาฬสินธุ์มา 19 เมษาเช่นกัน
สงกรานต์ที่นี่ เริ่มช้ากว่าที่เชียงใหม่ มีข้อมูลเอามาจากกูเกิ้ล ให้อ่านกันด้วย
ประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางมักจะเล่นกันระหว่างวันที่ 13-14-15 ของเดือนเมษายน ส่วนในภาคตะวันออกนั้นจะแตกต่างจากที่อื่นคือ จะเริ่มเล่นสาดน้ำกันประมาณวันที่ 16 หรือ 17-18-19 เมษายน โดยเรียกว่า “วันไหล” สำหรับเมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานในวันที่ 19 เมษายนของทุกปีโดยมีกิจกรรมต่างๆเช่น พิธีรดน้ำดำหัว ขบวนวันไหล การสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานของประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ วันไหลที่พัทยาถือว่าเป็นที่นิยมสำหรับเทศกาลสงกรานต์เป็นอย่างมาก ถนนเกือบทุกสาย ภายในเมืองพัทยาล้วนแต่ออกมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์เกือบทุกสาย ตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงถึงมืด ก็ยังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งเมืองพัทยาเองมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายจึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีผู้นิยมมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์ในวันไหลพัทยามากและมีีชื่อเสียงอีกทีหนึ่ง เช่นกัน
วันที่ : บริเวณ
17 : บางแสนและศรีราชา
18 : นาเกลือ
19 : พัทยา
20 : บางเสร่และสัตหีบ
มีรูปสงกรานต์แถวๆ นี้มาให้ดูด้วยจ๊ะ
คุณยายมล

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 10







พ่อที่คิดถึง...,
เผลอแป้บเดียวแม่ก็เขียนจดหมายถึงพ่อได้ 10 ฉบับแล้ว นี่ถ้าเขียนทุกวัน ก็ได้ 86 ฉบับแล้ว เพราะนับจากวันที่พ่อจากพวกเราไปก็ครบ 86 วัน วันนี้แล้ว
วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับผลงานของพ่อมาเล่าให้ฟังอีก และถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะ ก็ฟักทองที่พ่อปลูกไว้ที่ริมรั้ว มันสวยงามมากๆ เลย นอกจากจะเด็ดเอายอดมันมาผัดน้ำมันหอยกินกับลูกหลายรอบแล้ว มันยังติดลูกหลายลูก แต่พอมันโตเท่าลูกปิงปองมันก็ร่วงหมด เหลือสัก4-5 ลูก...(ถือว่าดี...ฮา)
ก็เลยคุยกับลูกว่า เผื่อถึงวันทำบุญ 100 วันให้พ่อ ฟักทองก็คงโตได้ที่ กล้วยน้ำว้าอีก 2 เครือ ก็คงกินได้แล้วเหมือนกัน เราจะเอาไปเชียงใหม่ด้วย
พ่อ.. แม่เลื่อนทำบุญเข้ามา เป็นวันที่ 23 เมษายน ครบ 100 วันพอดี มีเหตุผลว่า ถ้าทำวันที่ 25 วันจันทร์ที่ 27 ลูกก็ต้องหยุดงานอีก โอเค.ตามนี้นะจ๊ะ แม่ส่ง SMS ไปให้ใครๆ หลายคนละ ส่วนมากก็เพื่อนพ่อ ลูกน้องเก่าพ่อบ้าง มาได้ก็มา มาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
เอาแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฟังปราศัยชุมนุมคนเสื้อแดง ตอนนี้ จตุพร พรหมพันธ์พูดพอดี จะฟังเผื่อนะจ๊ะ
รักพ่อเหมือนเดิม,
แม่

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

ลูกๆ..ฝากให้พ่อ...











คืนหนึ่งที่ เหน็บหนาว เมื่อดาวคล้อย
ดวงเดือนลอย ลับเลือน แล้วเลื่อนหาย
หยดน้ำตา หยาดน้ำค้าง พรูพร่างพราย
แสนเสียดาย ห่วงหา เฝ้าอาวรณ์
จากวันที่ มีพ่อ อยู่ใกล้ใกล้
พ่อใส่ใจ ดูแล และพร่ำสอน
ความรักพ่อ ล้นเหลือ เอื้ออาทร
ลูกหลานร้อน ผ่อนคลาย ได้ทุกครา
ฝีมือทำ กับข้าวพ่อ ก็อร่อย
พ่อจะคอย บริการ ด้านจัดหา
พ่อแนะทาง วางแถว แนวชีวา
เรารู้ซึ้ง ถึงคุณค่า มาแต่ไร
แล้ว ..วันเสาร์ที่สิบมกรา
รู้ดีว่า พ่อต้องพราก จากไปไหน ?
ทั้งที่รู้ ก็สุดที่ จะทำใจ
ทนเห็นพ่อ จากไป ไม่ได้เลย
ที่สิบสาม มกรา สามโมงเศษ
พ่อสิ้นเกตุ สิ้นโศก โอ้อกเอ๋ย
ไม่มีพ่อ ให้เห็น เหมือนเช่นเคย
ลูกสุดเอ่ย เผยคำ พร่ำพรรณนา
หลับตาเถิด หลับใหล ให้เป็นสุข
ลืมเรื่องทุกข์ ทั้งปวง อย่าห่วงหา
กลอนบทนี้ เหมือนเป็น เช่นสัญญา
“จะดูแล มารดา...สืบต่อไป”
“เรา” แม่..ลูก และหลาน ในวันนี้
จะสร้างสม ความดี ที่ฝันใฝ่
เพื่อผลบุญ จะหนุนนำ ตามพ่อไป
สู่บันได แห่งสวรรค์ ตามครรลอง !


ลูกๆ ของพ่อ..(13-1-09)

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 9






พ่อ ที่คิดถึง
มาตามสัญญาแล้ว และมีข่าวที่พ่อต้องภาคภูมิใจมาบอกด้วย...
เมื่อวานนี้ตอนเย็น โม่กลับจากทำงานมาถึงบอกแม่ว่า เย็นนี้เพื่อนจะมากินข้าวที่บ้าน (ก็หมายถึงกินเบียร์น่ะแหละ) เพื่อฉลองตำแหน่งให้ลูก ลูกคนโตพ่อได้เลื่อนเป็น Supervisor แล้ว (ไม่ใช่ซุปหน่อไม้นะ) แม้ค่าตำแหน่งจะได้ไม่กี่พัน แต่แม่ก็ชมและให้กำลังใจลูกว่า ลูกทำดีแล้ว และโชคดีกว่าคนอีกหลายคน ณ ชั่วโมงนี้ไม่ถูกปลดออกก็ดีถมเถ นี่ซ้ำได้เลื่อนตำแหน่งอีก ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว (แม่พูดเข้าท่าป่าว?)
น้องเม ออนเอ็มคุยกับแม่เรื่องงานร้อยวันพ่อ ว่าจะทำกับข้าวอะไรบ้าง แม่ก็เลยสรุปว่า ... พ่อชอบกินลาบ แกงอ่อม ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบนี่ คนที่ทำถูกปากพ่อ นอกจากตัวพ่อเอง ก็ต้องเป็นลุงหมาน แต่ลุงหมานก็หมดสภาพ คงทำได้แต่นั่งยิ้มเป็นกำลังใจเท่านั้น พ่ออย่าทำหน้างงสิ ลุงหมานคู่เขยพ่อไง..เขยใหญ่น่ะ
แม่นึกถึงลุงหวัดเพื่อนซี้พ่อ ที่ทำลาบอร่อย และพ่อก็เคยทานฝีมือลาบลุงหวัดมาแล้ว ยิ่งป้านวลขวัญใจ ลุงหวัดเป็นประธานกลุ่มแม่บ้าน โอ้ย..อะไรมันจะลงตัวขนาดนั้น ก็เลยให้น้องเมติดต่อแล้ว กำลังคำนวณว่าจะเชิญแขกกี่คน ทำลาบกี่โล แกงอ่อมไก่กี่ตัว
เถาวัลย์ เพื่อนแม่จะทำลาบหมูสุกมาช่วย ส่วน ลาบหมูดิบ กับแกงอ่อมไก่ ให้ป้านวลกับลุงหวัดทำ ส้มตำ กับปีกไก่ย่าง จะขอน้องวิกับน้องเนยทำให้ (น้องวิคือเพื่อนบ้านแสนดี น้องเนยเป็นคนเชียงแสนแต่งงานกับ Ivo Wisner ชาวเยอรมันมาซื้อบ้านอยู่ใกล้ๆกัน อายุอ่อนกว่าลูกคนโตเรา 1 ปี เป็นเด็กดี น่ารัก แม่ยังไม่ได้ติดต่อ วันนี้หลังจากไปทำบุญให้ตา-ยาย-พ่อแล้วจะจัดการ) ข้าวจะนึ่งเอง เพราะมีข้าวสารเยอะแยะที่พ่อปูส่งมาจากหนองคาย กินไม่ทันกลัวมอดขึ้น น้องเมก็เลยตักแจกไปบ้าง
วันนี้ที่ต้องทำบุญถึงหลายคน เพราะวันที่ 2 เมษายน ครบ 12 ปีที่ตานิดจากลูกๆหลานๆไป แต่ต้องให้ยายสุดใจด้วย เพราะจะได้มานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน 3 คน (พ่อ-แม่ และลูกเขยไง)
แม่จะไปวัดก่อนนะพ่อ ว่างๆ หรือคิดถึง หรือมีเรื่องเม้าท์ จะเขียนมาใหม่จ๊ะ
รัก
แม่

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 8







พ่อ ที่รัก,



พ่อคงโล่งอก หลับสบาย ไม่หนวกหูบรรดาญาติโกโหติกาของแม่อีกละคืนนี้ เพราะพวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้า ล้อหมุนเมื่อ 08.19 น. (31/3/2552) พอพวกลับตา แม่ก็เริ่มทำรังหนูให้กลับมาเป็นบ้านอีกครั้งหนึ่ง แต่...ในความอึกทึกครึกโครม ในความรกรุงรังนี้ มันซ่อนความสุข ความบรรเทิงใจอยู่ไม่น้อย แม่ไม่เหงา เพราะพาพวกเขาไปเที่ยวโน่นนี่ ก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศแต่โม่ค่อนข้างซีเรียส เพราะไม่ค่อยคุ้นชินกับคนเยอะๆ ในสภาพนี้ (หมายถึงสภาพ เสื้อทางกางเกงทางถุงเท้าอยู่หน้าข้าง อยู่หลังข้าง พื้นบ้านเหนียว...)
แต่ตอนนี้แม่ก็อยู่คนเดียวอีกละ ก็ดีเหมือนกันได้มีเวลาคิดนั่นเขียนนี่
เมื่อวานน้องเมออนเอ็มมาคุยกะแม่ รายงานว่า ปีนี้ มะม่วงออกลูกเต็มเลย กระท้อนไม่ออก (อาจไม่ใช่ฤดูมัน) มะไฟล้นต้นเลยเหมือนทุกปี ส้มโอติดดอกแล้วร่วงเกือบหมด ชมพู่,มัลเบอรี่,มะพร้าวไม่พูดถึงเลย สงสัยไม่ได้เดินเข้าไปในสวน
ปูเอาเสาปูนที่บ่อกบ ไปทำโรงปลูกผักในที่ดินของน้าจิ๋ว (ขออนุญาตน้าจิ๋วแล้ว) วันที่ 5 เมษานี้ น้าจิ๋วจะมากินข้าวที่บ้านแม่ริม
พ่อ น้องเมแกะประตูห้องกลาง(ห้องนอนม่อน) ออกเพราะมันถูกปลวกกิน กลับไปทำบุญ 100 วันพ่อ ค่อยซื้อมาติดใหม่ ตกลงบ้านเราว่างตั้ง 3 ห้องแน่ะ น่าให้คนเช่านะ ห้องละพันห้า ก็น่าจะดี (ล้อเล่นน่า)
บ้านเราที่ชลฯตอนนี้ร้อนมาก ร้อนแบบแสบผิวหนังเลย บทฝนจะตกก็ตกลงมาหน้าตาเฉย พอฝนหยุด แดดก็เปรี้ยงๆ อีก หน้าตาแม่ตอนนี้...ถ้าพ่อยังอยู่ต้องเรียกว่า "ขวานฟ้าหน้าดำ" แน่ๆเลย
ลืมขออนุญาตพ่อ เป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ(สำหรับพ่อ) คือเรื่องต้นไม้ที่พ่อเอามาปลูกในบ้าน ตอนนี้โม่ได้ยกให้เพื่อนบ้านไป 3 ต้นแล้ว และแม่ก็เห็นด้วย เพราะมันเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ หากโตเต็มที่ ก็จะเบียดกำแพงรั้ว และสูงบดบังทัศนียภาพ ก็เลยเอาต้นชมพู่ทับทิมจันทน์ ให้ "นิ"บ้านติดกันซ้ายมือ เอาต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ และต้นขนุนให้แม่น้องส้มโอ อยู่หลังแรกมุมสี่แยกซอย 2 ฝั่งหลังคาแดง...
พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้จะเขียนมาใหม่นะจ๊ะ ไปก่อนละ บาย...
แม่






วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2552

ไปพัทยาบีชแอนด์รีสอร์ท และไปไหว้พระ







วันอาทิตย์ (29/3/2552)เป็นวันหยุดที่มีความสุขอีกวัน เพราะญาติพี่น้องหลานเหลนที่มา มีโปรแกรมไปเล่นของเล่นกันที่ พัทยาบีชแอนด์รีสอร์ท แต่อยู่กันแป้บเดียวเอง ร้อนมาก กินข้าวกลางวันเสร็จ (อาหารอร่อย) ก็พากันไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม บ้างก็เสี่ยงเซียมซี บ้างก็โพสต์ท่าถ่ายรูปเป็นที่สนุกสนาน
คิดถึงพ่อจัง... ถ้าพ่อยังอยู่ไปด้วยกันก้คงจะสนุกว่านี้
ลงจากวัด ก็ไปเดินกินแอร์เย็นๆ ที่เซ็นทรัลพัทยาบีช เย็นมาก หายร้อนเลย..ไม่อยากกลับออกไปเลย...
หลังจากนั้นเราก็มากินส้มตำอร่อยมากกกก ที่ร้านเจ๊มาลี อาหารรสแซ่บจริงๆ โดยเฉพาะ ส้มตำ กะเนื้อย่าง
ยังไม่หนำใจ ซื้อเบียร์มานั่งต่อกันที่บ้านอีก 6 ขวด...