วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

บทกลอนเขียนให้เจ้านิรมิต สิริสุขะ


จริงๆ แล้วไม่ได้รู้จักเจ้านิรมิต (คุณแม่ของปูเป้ รามาวดี)เป็นการส่วนตัวแม้แต่น้อย แต่ก็รู้สึกยินดีที่จะเขียนกลอนลงในหนังสือแจกงานศพของท่านเมื่อถูกขอให้เขียน ก็คนขอคือน้องสาวคุณยายมล ที่อยู่กรุงเทพฯ ประมาณว่าอยู่หมู่บ้านเดียวกัน และถ้าจำไม่ผิดจะเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านด้วยกัน ช่างเถอะ อยากให้อ่านกลอนมากกว่า เพราะตั้งใจเขียนมาก
แด่ดวงวิญญาณ เจ้านิรมิต สิริสุขะ

เจ้าคือนาถนรีแห่งชีวิต
เป็นมารดา...เป็นมิ่งมิตรพิสมัย
ดุจชวาลสุกสว่างกลางฤทัย
เย็นดั่งน้ำชโลมใจดับไฟกัลป์
เป็นแบบอย่างที่ดีงามตามนิติ
ชาญชำนิรู้รอบชอบสร้างสรรค์
แสวงหาสุขสมถะสัจธรรม์
เพื่อเป็นบรรทัดฐานบุตรธิดา
เจ้าคือแม่ศรีเรือน..ดุจเพื่อนแท้
คอยดูแลทุกสุขถวิลหา
ทำหน้าที่ดีเยี่ยมยอดมารดา
ทำหน้าที่ภรรยายอดยาใจ
นอกเรือนชานบ้านใกล้ได้ช่วยเหลือ
เจ้าจุนเจือเอื้ออารีจะมีไหน
ทั้งทุกข์ราษฏร์ทุกข์หลวงคอยห่วงใย
เปี่ยมน้ำใจงดงามด้วยความดี
จึงเมื่อยามเจ้าจากจำพรากภพ
สุขสงบท่ามกลางหว่างวิถี
ผู้อยู่หลังรานร้าวเศร้าฤดี
ขอมอบกลอนบทนี้...แทนหัวใจ
“นิราศร้างแรมไกล...ไป่นิวัต
เนื่องนิพัทธ์พรากนิเวศนิราศรัย
นิรมลนิ่มเนื้อนิรามัย
นิรมิต นิราลัย...นิรันดร”….

9 ตุลาคม 2544

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 7






พ่อ ที่คิดถึง

ไม่รู้ว่าจะโกรธไหมที่แอบไปเที่ยวกัน 2 วันติดกันเลย
คงไม่โกรธนะ เพราะก่อนจะออกบ้านก็บอกแล้ว ลูกหลานพี่เชื้อมาเยี่ยม แม่ก็เลยพาไปเที่ยว และมีรูปมาฝากอีกตามเคยจ๊ะ

เมื่อวานไปตลาดน้ำ 4 ภาค, วิหารเซียน, วัดญาณฯ และเขาชีจรรย์ พ่อก็เคยไปมาแล้วทุกที่ แต่ไปก็ยังสนุกเหมือนเดิม และพวกเราก็คุยถึงพ่อตลอดนะ อ้อ..ลืมๆ ตลาดน้ำพัทยาพ่อยังไม่เคยไป แต่แม่เล่าให้ฟังแล้วก่อนหน้านี้

วันนี้ไปบางแสน ดินแดนที่คนเกือบจะลืม บรรยากาศกันเอง ไทยๆ และไม่มีฝรั่งเลย (จริงๆนะ) คงจะพากันไปพัทยา เพราะอินเตอร์กว่า
เขาว่ากันว่า อยากเห็นญี่ปุ่น ต้องไปที่ศรีราชา ถ้าไปพัทยา ไปดูฝรั่ง ไปเกาะสีชัง ...เพราะไม่รักกันแล้ว....

อ่ะ ดูรูปนะพ่อนะ แล้วนึกดูด้วยว่า ใครเป็นใคร จำได้อยู่หรือเปล่า


คิดถึงพ่อ..

แม่








วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552

ลูกไปหลานเหลนมา


พี่เมกับน้องปอ / น้องโบ------------------>


ลุงหมาน (นายม่อน-รับปริญญา) ป้าแอ๊ด น้องโบ ยืนข้างหลังคือน้องเบียร์
ฟังแล้วงงกันแน่ๆ เลย คืองี้....
เมื่อเดือนที่แล้ว ลูกสาวลงมาอยู่กะแม่ เดือนกว่าๆ เพราะสามีเขาไม่อยู่ 1 เดือน ( มาถึงชลฯ 18 กุมภา) และเพิ่งจะกลับเมื่อวานนี้เอง( 23 มีนา) น้องเมมาอยุ่กับแม่ ก็ทำให้ไม่เหงา ได้พูดได้คุย ไปโน่นมานี่กัน 2 แม่ลูก เพราะโม่ ลูกคนโต ไปทำงาน พอเราทำงานบ้านเสร็จ ก็ร่อนกัน แต่ส่วนมากจะนั่งเล่นเน็ตกันคนละเครื่องที่บ้าน
พรุ่งนี้ ป้าแอ๊ด ลุงหมาน น้องโบ น้องเบียร์ และน้องปอ ก็จะมาเที่ยวอีกแล้ว ออกเชียงใหม่ สายๆ ก็คงมาถึงนี่ดึกๆ เพราะน้องโบขับรถเป็นเหาะ...
ป้าแอ๊ดเป็นพี่สาวคนโตของคุณยายมล (แต่ใครเห็นก็จะทักว่าเป็นน้อง เพราะหน้าอ่อนกว่า ตัวเล็กกว่าคุณยายมล) ลุงหมานก็เป็นพี่เขยคุณยายมล (ได้มาด้วยเพราะเป็นตู้เอทีเอ็ม) คนขับรถก็คือน้องโบ หลานยายแอ๊ด (เพราะฉะนั้นน้องโบก็เป็นเหลนคุณยายมล เพราะเป็นลูกของหลาน) น้องโบเรียนมหาลัยปีสุดท้าย สอบเสร็จเมื่อวันที่ 23 นี้เอง น้องโบเป็นนักกีฬาวอลเลย์ของมหาลัยด้วย ส่วนน้องเบียร์ก็เป็นน้องของพี่โบ จะจบ ม. 3 ปีนี้ เป็นนักกีฬายกน้ำหนักด้วยนะจะบอกให้...(ยกน้ำหนักตัวเองด้วยแระ)
น้องปอ เป็นลูกสาวของน้องสาวสุดท้องคุณยายมล จะขึ้น ม.3 ละปีหน้า ก็เป็นหลานป้า..
โอ๊ย..ปวดหัว สับสน เรียบเรียงเสียงประสานไม่ค่อยถูกว่าใครเป็นใคร สายไหน นี่มากันอย่างเล็กนะ ถ้าอย่างพิเศษ ก็เต็มสองโบกี้รถไฟ ... ยายญาติเยอะ...
เดี๋ยวมีรูป "คนจะมาใหม่" มาให้ดู...
คุณยายมล

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 6













พ่อ ที่คิดถึง


วันนี้ฝนที่บ้านเรา(ชล)ตกค่อนข้างหนัก เมื่อ 2 วันก่อนก็ลงที อากาศไม่ดีเลย หนาวๆ ร้อนๆ แม่มีเรื่องจะบอก 2 -3 เรื่อง

เรื่องแรกก็คือ ต้นกล้วยที่พ่อปลูกไว้ มันกำลังออกปลี หางเบ้อเริ่ม ทั้ง 2 กอเลย แต่ไม่น่าจะใช่กล้วยน้ำว้านะ เพราะว่ามันใหญ่มาก ดูลูกของมันก็ใหญ่เกินจะเป็นน้ำว้า อาจเป็นหักมุขก็ได้ กะว่า มันคงจะสุกพอดีกับงานทำบุญ 100 วันของพ่อ

เรื่องที่สองก็คือ มินิไร่ข้าวโพดของพ่อ ออกฝักแก่แล้ว เราแม่ลูกเก็บมานึ่งฝักมันกินแล้วนะจ๊ะ แข็งไปนิด แต่ก้อร่อย และเมื่อ 2 วันที่แล้ว แม่ก็เลยรื้อซากต้นมันทิ้งหมด และคงไม่เอาอะไรมาลงปลูกอีกแล้ว แต่จะเอาหญ้ามาลง โม่กะว่า จะเอาชุดม้าหินอ่อนขนาดกลางมาวางไว้ นั่งเล่นวันหยุด หรือตอนเย็นๆ

เรื่องสุดท้ายก็คือ โม่กลัวว่าแม่จะเหงา ก็เลยพาไปเดินที่ตลาดน้ำ 4 ภาคพัทยา อยู่เลยนาจอมเทียนไป เกือบถึงบ้านอำเภอที่เราเคยไปกินข้าวที่ระเบียงร้านมันโผล่ออกไปนอกทะเล จำได้ป่าว

ตลาดน้ำนี้ ก่อสร้างด้วยไม้ทั้งหมดในเนื้อที่ ประมาณ 64 ไร่ กลางน้ำเลย แบ่งเป็นโซนภาคต่างๆ มีภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอิสาน มีสินค้าโอท็อปของแต่ละภาคมาวางขาย หากขี้เกียจเดินก็มีเรือบริการพายชมรอบตลาด กลางวันจะร้อนมาก ต้องเอาหมวก เอาร่มไปด้วย แต่พอไปตอนช่วงค่ำๆ ไม่มีแดด ก็ไม่สนุกเท่าไหร่ เพราะร้านส่วนหนึ่งปิดไปแล้ว มีร้านอาหารทั้งเป็นรูปแบบของร้าน และแบบยองยองเหลา

แม่มีรูปมาฝากเหมือนเดิมจ๊ะ

ไปก่อนนะ จะไปดูหลังบ้านหน่อย ป่านนี้เปียกฝนหมดแล้วก็ไม่รู้ เพราะมัวฝอยอยู่กะพ่อ...

แม่






วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 5




พ่อ ที่คิดถึง.....




มีเรื่องมาเล่าให้พ่อฟัง เรื่องเจ้าตัวเล็ก "น้องม่อน" ไปเที่ยวภูเก็ตมาเมื่อวันที่ 10-15 มีนานี้เอง ประมาณว่าเป็นโบนัสทัวร์ของ AIS ให้พนักงาน ก็เลยเมลล์รูปมาให้ ตั้งหลายใบ เดี๋ยวแม่จะเอาให้พ่อดูสัก 2 ใบที่คิดว่า "เจ้าหมอนี่..มันเชื้อ(พ่อ)ไม่ทิ้งแถวเลยนะ" พ่อท่าจะเป็นปลื้ม..ใช่ป่ะ
รูปซ้ายมือไม่ต้องอธิบายมาก แม่ตั้งชื่อว่า "เนื้อหอม"
รูปขวา 5 คนที่เท้าติดพื้นหาด เป็นผู้หญิงหมด เจ้าม่อนคนเดียว กระโดดลอยเลย
สงสัยเลือดแชมป์เชียร์ลีดเดอร์ประเทศไทย สมัยเรียน ปวส. จะฉีดแรง..
คืนนี้ จุดประสงค์คือส่งรูปลูกให้ดู ก็ไม่มีอะไรเล่าแล้วหละ ไปก่อนนะ ตีหนึ่งแล้ว...
พ่อ...ฝันดีนะ
แม่

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 4


บอกพ่อเรื่อง......
เขื่อนแม่งัด...เมื่อวันวาน
พ่อ...... คิดถึงวันที่เราไปเขื่อนแม่งัดได้ป่าว??

เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดิมชื่อว่า เขื่อนแม่งัด ตั้งอยู่บนลำน้ำแม่งัด สาขาแม่น้ำปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
เขื่อนแม่งัดเป็นเขื่อนดินถม สูง 59 เมตร ยาว 1,950 เมตร อ่างเก็บน้ำมีพื้นที่ 16 ตารางกิโลเมตร สามารถเก็บกักน้ำได้สูงสุด 265 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนแม่งัดเริ่มก่อสร้างเมื่อปี
พ.ศ. 2520 โดยกรมชลประทาน การก่อสร้างตัวเขื่อนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2527 ต่อมา กฟผ. ได้เข้ามาดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ในปี พ.ศ. 2528 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2528 ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 4,500 กิโลวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง รวมกำลังผลิตทั้งสิ้น 9,000 กิโลวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 19 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเขื่อนว่า เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2529 และเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529

ย่อหน้านำเรื่องดูเป็นวิชาก๊าน วิชาการ... แต่จริงๆ กำลังจะเล่าเรื่องว่าเขื่อนแม่งัด อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเราที่เชียงใหม่ ขับรถ 20 นาทีก็ถึงแล้ว และเราก้ไปเที่ยวมาหลายครั้งแล้วด้วย

แต่ที่มันมีความหมายเป็นพิเศษ อยู่ตรงที่ เราไปกันพร้อมหน้าครอบครัว แถมครอบครัวป้าแอ๊ด พี่สาวแม่, เพื่อนลูก, หลาน(ลูกน้องสุดท้อง), เหลน (ลูกของหลาน) ทั้งหมด 17 ชีวิต กิน..เล่น..นั่งเรือ..ถีบเรือ..มีแต่เสียงหัวเราะ มีแต่กลิ่นอายของความสุข จนกลบความหนาวของต้นเดือนมกราคม 2548

แม่ก็เลยเอารูปของพวกเราทั้งหมดที่ไปมาลง และแถมรูปพ่อยืนลูบเคราแพะ เผื่อพ่อมีโอกาสได้ท่องเว็บที่บ้านใหม่ของพ่อ แว้บเข้ามาดูหน่อยนะ
ออ..ขอบอกอีกเรื่องเกี่ยวกับพ่อว่า อีเมลล์ของพ่อยัง Run อยู่ เมื่อวานแอบชะแว้บเข้าไป (ก็แอบจำพาสเวิร์ดของพ่อได้ด้วย) มีจดหมายขยะอยู่ 3 ฉบับ เสียใจด้วยนะพ่อ ที่ไม่ใช่ อีเมลล์กิ๊กพ่อ ... delete ไปแว้ว...
คุณยายมล

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 3




พ่อ... ใครบ้าง...มางานพ่อ

แม่ลืมเล่าให้พ่อฟังเรื่องญาติพี่น้องของเราที่มางานของพ่อ ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีใครมา เพราะพ่อมาหยุดลมหายใจเสียไกลจากเพื่อนฝูงพี่น้อง แต่หลวงตาบอกว่า นึกไม่ถึงเลยคนต่างถิ่นแท้ๆ มาตายที่นี่ คนมางานเยอะจนไม่มีที่จอดรถ ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ เชียงราย สุพรรณ กรุงเทพฯ ชลบุรี แม่ก็ปลื้มแทนพ่อ วันนี้เอารูปญาติๆ พี่น้องลูกหลาน มาลงก่อนนะ มีป้าศิริพร, โกจุก, ป้าเล็ก, เจ้าต้น, อี๊แดง, เจ้าติ๊ก, หนูปุ้ย, เจ้าป๊อก น้องหญิง แต่อี๊แดงไม่มาถ่ายรูปด้วยนิ แล้วเห็นพระรูปหล่อนั่นไหม นายม่อนลูกรักพ่อไง เออๆ..พ่อดูรูปละกันนะ เดี๋ยวส่งอีเมล์ไปให้ดู พรุ่งนี้เล่าใหม่นะ ไปนอนก่อน
แม่