วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แกงสมุนไพร...ตอนที่ 2



ชะพลู (ไทยภาคกลาง), พลูลิง, ผักอีไร (ภาคเหนือ) ช้าพลู พลู (จันทบุรี) พลูลิงนก (เชียงใหม่) ผักพลูนก ผักปูนก พลูลิง (พายัพ) นมวา (ภาคใต้) ผักนางเลิก ผักอีเลิด (อีสาน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper Sarmentosum
วงศ์ : PIPERACEAE
ถิ่นที่อยู่ : พรรณไม้ชนิดนี้ชอบขึ้นตามที่ลุ่มตํ่าและแฉะ โดยมากมักจะปลูกไว้รับประทาน ตามบ้านและมีขึ้นได้ทั่วไปทุกจังหวัดในประเทศไทย
ชะพลูเป็นไม้เถาเลื้อย ใบเป็นรูปหัวใจสีเขียวเข้ม เป็นมัน มีรสฉุนและออกเผ็ดเล็กน้อย
ชะพลูมีอยู่ 2 ชนิด ชนิดเป็นพรรณไม้เถา ลักษณะลำต้น ใบ ดอก และรสก็มีลักษณะเดียวกัน แต่จะผิดกันตรงที่ลำต้นเป็นเถาเท่านั้น ส่วนคุณสมบัติในทางยาก็ใช้อย่างเดียวกัน ชนิดเถานี้เรียกกันว่า ชะพูเถา(ไทยภาคกลาง) ปูริงนก ผักปูริง ผักปูลิง ผักอีเลิด (ภาคเหนือ)
ส่วนที่ใช้ : ต้น ใบ ราก ใช้เป็นยา
สรรพคุณ : ต้น ใช้เป็นยารักษาเหสมหะในทรวงอก
ใบ ทำให้เสมหะงวดแห้งและช่วยเจริญอาหารยังใช้ปรุงเป็นยารักษาธาตุพิการ และธาตุนํ้าพิการ บำรุงธาตุ
ลำต้น รสเผ็ดร้อน แก้เสมหะในทรวงอก ขับเสมหะ แก้รู้สึกว่าแห้งในอก ( ธาตุน้ำในอก )
ดอก ( ลูก ) รสเผ็ดร้อน แก้ศอเสมหะ ทำให้เสมหะแห้ง ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้
ราก รสเผ็ดร้อน แก้คูถเสมหะ ขับเสมหะให้ตกทางทวารหนัก บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ ทำให้เสมหะแห้ง

สารที่พบ
ชะพูลมีน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นเผ็ดฉุน และมีคุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญ คือ
มีแคลเซียมและสารเบต้า-แคโรทีนในปริมาณสูงในส่วนของงานวิจัยเป็นการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศึกษาฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือดของสารสกัดชะพลู
(ใช้น้ำสกัดเอาสารสำคัญของชะพลูทั้งต้น) โดยใช้หนูทดลอง ผู้ทดลองแบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม
หนูกลุ่มแรกถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวาน หนูกลุ่มที่สองเป็นหนูปกติ แล้วฉีดสารสกัดของชะพลู
เข้าไปในหนูทั้งสองกลุ่ม วัดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อฉีดเข้าไปครั้งแรกพบว่าสารสกัดชะพลูในขนาด 0.125 และ 0.25 กรัมต่อน้ำหนักของหนู 1 กิโลกรัม ไม่ช่วยลดระดับน้ำตาลของหนูกลุ่มที่เป็นเบาหวาน แต่เมื่อให้สารสกัดต่อไปอีก 7 วัน พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูกลุ่มที่เป็นเบาหวานลดลง ซึ่งผู้ทดลองก็ได้นำยาแผนปัจจุบัน คือ ไกลเบนคลาไมด์ (Glibenclamide) มาทดสอบกับหนูทั้งสองกลุ่มเช่นกัน พบว่าได้ผลเช่นเดียวกับสารสกัดชะพลู
ในใบชะพลู 100 กรัม ให้พลังงานกับร่างกาย 101 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย
-เส้นใย 4.6 กรัม
-แคลเซียม 601 มิลลิกรัม
-ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม
-เหล็ก 7.6 มิลลิกรัม
-วิตามินบีหนึ่ง 0.13 มิลลิกรัม
-วิตามินบีสอง 0.11 มิลลิกรัม
-ไนอาซิน 3.4 มิลลิกรัม
-วิตามินซี 22 มิลลิกรัม
-โปรตีน 5.4 กรัม
-คาร์โบไฮเดรต 14.2 กรัม
-และให้เบต้า-แคโรทีนสูงถึง 414.45 ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล
ข้อควรระวัง
ไม่ควรรับประทานใบชะพลูมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการเวียนศรีษะ และทำให้มีการสะสมของสารออกซาเลท (Oxalate) ในร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคนิ่วในไต

มาทำแกงชะพลูกันเถอะค่ะ


เครื่องแกง
พริกขี้หนูแห้ง 15-20 เม็ด (แต่ถ้าใครชอบเผ็ดมากก็ใส่เพิ่มได้)
เกลือ 2 ช้อนชา
ตะไคร้ซอย 1 ต้น
พริกไทยดำ 1 ช้อนชา
กระเทียม 3-5 กลีบ
ขมิ้น 2 แว่น
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
เครื่องปรุง
มะพร้าว 4 ขีด
ใบมะกรูด 3 ใบ
ใบชะพลูซอยบาง 2 กำมือ
หอย ขมสับก้นแล้ว 1 กิโลกรัม (แต่ถ้าเป็นหอยที่หาเองก็ควรนำมาล้างและแช่น้ำขังไว้ 1 คืนก่อนเพื่อให้โคลนออก ก่อนที่จะสับก้นหอยแล้วล้างอีกครั้ง ตั้งจนสะเด็ดน้ำ)

วิธีทำ
1. นำเครื่องแกงที่เตรียมไว้มาตำรวมกันให้ละเอียด จากนั้นใส่กะปิและตำอีกครั้งจนเข้ากัน
2. คั้นมะพร้าวเป็นหัวกะทิ 1 ส่วน หางกะทิ 2 ส่วน นำกะทิส่วนหางมาตั้งไฟจนกะทิเดือดจนได้ที่ ใส่เครื่องแกงที่ตำแล้วลงไปคนจนเครื่องแกงละลาย
3. นำหอยขมใส่ลงไปตั้งไฟจนสุก (เพราะในหอยขมจะมีพยาธิ ถ้าหากไม่สุกเมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะทำให้พยาธิไปโตในท้องได้) เมื่อหอยสุกก็เติมหัวกะทิลงไป ตามด้วยใบมะกรูดฉีก ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา จนได้รสชาติถูกปากเป็นอันเสร็จ
*** จะเปลี่ยนจากหอยขม มาเป็นเนื้อก็ได้ค่ะ (อย่าลืมย่างเนื้อให้พอหอมก่อนนะคะ)

จากวารสารสมุนไพรใกล้ตัว

ผักแปม...ผักที่บ้านอื่นไม่มี


นี่ก็เป็นผักสมุนไพรอีกชนิดที่พ่อเอามาปลูกไว้ในบ้านลูกที่ชลบุรี คนทางนี้ไม่รู้จัก หรือแม้แต่คนเหนือรุ่นใหม่ๆก็จะไม่รู้จัก..

ผักแปม จัดเป็นไม้พุ่มหรือพุ่มกึ่งยืนต้น มีความสูงต้น 2-8 เมตร เปลือกต้นที่แก่จะเป็นสีน้ำตาล กิ่งก้านอ่อนจะเป็นสีเขียว มีหนามแหลมงุ้มยาว 3-5 มิลลิเมตร กระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น กิ่งก้านและใบ ก้านใบจะแตกออกจากลำต้นสลับไปมา ก้านใบยาว 5-6 ซม. ใบยาวรี รูปไข่ หรือรูปรีแกมไข่ ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย หรือซี่ฟันเส้นใบเห็นชัดทั้งด้านบนและด้านล่าง ปลายใบแหลม เป็นติ่งยื่นยาวออกไป ฐานใบสอบแหลม ในแต่ละก้านใบ แยกเป็นใบย่อย 5 ใบ ใบตรงกลางจะใหญ่ที่สุด ขนาดของใบกว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-7 ซม. ดอก ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ก้านช่อยาว 2-7 เซนติเมตร ดอกมีจำนวนมากติดกันเป็นกระจุกที่ปลายก้าน แบบดอกผักชี ก้านดอกเล็กยาว 10-12 มิลลิเมตร กลีบรองกลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายมี 5 หยัก กลีบดอกมี 5กลีบ เกสรผู้มี 5 อัน เกสรเมียมี 2 ช่อง ท่อเกสรเมีย 2 อัน ผลแบนมีขนาดกว้างและยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร

ประโยชน์ของผักแปม
ยอด
ใบนำมาใช้แกงอ่อม หรือรับประทานสดกับลาบ
เปลือกต้น น้ำต้มจากเปลือกต้น หรือถ้าจะให้ผลเร็วขึ้น ให้นำเปลือกไปย่างหรืออบเสียก่อนแล้วแช่ในแอลกอฮอล์ใช้แก้โรคผอมแห้ง และโรคประสาท
เนื่องจากผักแปมมีรสขมอมฝาดเล็กน้อย จึงมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืดได้ด้วย

การปรุงอาหาร ชาวเหนือนิยมรับประทานยอดอ่อนของผักแปม โดยการรับประทานเป็นผักสดแกล้มกับลาบหมู ลาบเนื้อวัว หรืออาจนำมาใส่แกงอ่อมชาวเหนือเล่าว่าหากเอาผักแปมจิ้มกับลาบ จะทำให้มีรสกลมกล่อมและเชื่อว่าดับกลิ่นคาวได้ด้วย หรือแกงเมือง โดยใช้ส่วนผสมเดียวกันกับ "แกงผักฮ้วน" ทุกอย่างค่ะ

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

7 วันที่นอนหลับไม่สนิท



ไม่ถึงกับเป็น 7 วันอันตราย... แต่คุณยายมลก็หลับไม่สนิท เพราะอะไรหรือ... ก็เพราะลูกเขยโทรมาเสียงกระหืดกระหอบเมื่อกลางดึก คืนวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า
"แม่ๆ ตอนนี้ผมอยู่โรงบาล เมเข้าโรงบาล"
หะแรก...ดีใจหลานคงจะออกแล้ว แต่..เอ๊ะ มันเหลือเวลาอีกเป็นเดือน กว่าจะครบกำหนดคลอด... ก็เลยรีบย้อนถามว่าเป็นอะไร
พ่อลูกเขยก็ช่างกระไร เออเร่อด็อทคอมเลย..ตอบว่า
"เจ็บท้อง...หายใจไม่ออก ตอนนี้ใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ" ฟังแค่นี้เราก้รู้สึกแย่แล้ว ยังพูดผิดต่อไปอีก "อยู่ห้องไอซียู"
"โอยขนาดนั้นเลยเหรอ ห้องไอซียู.."
"ไม่ใช่แม่ ผมพูดผิด..ห้องฉุกเฉิน"
ค่อยโล่งอก ฝากให้ลูกเขยไปบอกลูกตัวว่า วันเสาร์แม่จะขึ้นไป หลังจากนั้นก็ติดต่อขอเลื่อนตั๋วเดินทาง(เพราะจองตั๋วไว้แล้วจะขึ้นไปช่วงต้นๆ เดือน กรกฎา เพราะกำหนดคลอดหลานกลางเดือน กะจะไปดูแลสักระยะค่อยกลับมาทำมาหากินที่ชลฯ)
อุแม่เจ้า.........ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนเที่ยวบินเท่ากับซื้อตั๋วใหม่เที่ยวนึงเลย!! คิดแล้วคิดอีก (เศรษฐกิจพอเพียง) ยังไม่เลื่อนการเดินทาง รอรุ่งขึ้นค่อยว่ากันใหม่
เป็นคืนแรกที่นอนไม่เต็มตา คิดอะไรไม่รู้สาระพัด...
รุ่งขึ้น โทรไปหาลูกสาว ยังพูดหอบๆ แต่ก็ได้ความว่า กรวยไตอักเสบ น้ำตาลขึ้น (กินหวานแบบสุดๆ) เติมน้ำเกลือ ..
"แม่ไม่ต้องมาตอนนี้ก็ได้ ไว้สิ้นเดือนค่อยมาตามที่แปลนไว้ก็แล้วกัน"
"แม่เป็นห่วง"
ลูกสาวบอกว่า ป้าๆ และน้องม่อนมาเยี่ยมกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่เป็นไรมากละ
แม่กับลูกก็เลยได้แต่โทรคุยกัน คุยมากก็ไม่ได้ เพราะเหนื่อย...รู้ว่า หลานในท้องดิ้นตูมตามเลยท้องแข็ง ก็คงเพราะแม่เขาป่วย ลูกก็ป่วยตาม...
3 วัน อาการเริ่มดีขึ้น ถอดสายน้ำเกลือ แต่ก็ยังกินอาหารอ่อนตลอด .....
จนวันที่ 15 มิย. แม่ไปทำสังฆทานให้ยาย ครบ 10 ปีที่ยายเสีย ก็เลยภาวนาให้ลูกหายไวๆ..
กลับมาบ้านเปิดเน็ต.. อ้าว เห็นลูกสาวออนเอ็มฯ ก็เลยไม่แน่ใจ ทักไป ..อ่าว...ใช่จริงๆ
"ไม่ได้เล่นเน็ตหลายวัน เลยให้พี่ปู(ลูกเขย)เอาโน๊ตบุ๊กมาให้ ...แอบใช้ไฟโรงบาลอีก" ตระกูลติดเน็ตจ้า...ขอบอก
คนเป็นแม่ก็เลยดีใจที่ลูกอาการปกติ
หมอบอกว่า ไม่ได้เป็นเบาหวาน แต่น้ำตาลขึ้นเฉพาะกิจว่างั้นเถอะ.. (ลูกสาวสารภาพว่า...เพราะเห็นกะทิเหลือจากทำกับข้าว ก็เลยเอามาเคี่ยว เติมน้ำตาล น้ำผึ้ง ราดลงบนสับปะรดฉ่ำๆ) โอ๊ย...จะเหลือหรือนั่น น้ำตาลไม่ขึ้นโผล่ทะลุที่หัวก็ดีแล้ว !!
ลูกสาวออกโรงพยาบาลแล้วเมื่อวันที่ 18 รวมนอนอยู่โรงพยาบาล 7 คืนเลย
เราแม่ลูกโทรคุยกันทุกวัน บางทีก็คุยกันทางเอ็มฯ แต่แม่ขี้เกียจพิมพ์ โทรดีกว่า คุยรู้เรื่องเร็ว
ตอนนี้ก็สบายใจแล้ว เมื่อคืนนอนหลับสบาย...
วันนี้ไปเดินห้าง ดูหนัง กับลูกชาย คลายเครียด...
อีก 15 วันเจอกันที่เชียงใหม่นะลูก...

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แกงสมุนไพร.... (ตอนที่ 1)





ต้นไม้..พืชสมุนไพร และ ไม้ดอก ที่พ่อเอามาปลูกไว้ในบ้านลูก มีหลายชนิด วันนี้เอาชนิดที่กินได้ก่อนนะคะ
1. ผักฮ้วนหมู
ต้น เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งและมีอายุหลายปี เถาอ่อนลักษณะกลมสีเขียวเข้มผิวเรียบ มีจุดกระสีน้ำตาลอ่อนกระจายอยู่ทั่วไป เถาเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลเข้มลำต้นมีรอยแตกหรือมีร่องเล็กๆ แตกตามความยาวของต้น มีจุดสีขาวอยู่ที่ผิวของลำต้น มียางสีขาว
ใบ เป็นใบเดี่ยวออกตามข้อเป็นคู่ตรงข้ามกัน ใบรูปหัวใจไม่มีหูใบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลมโคนใบเว้าเข้าหากันคล้ายใบโพธิ์ ใบสีเขียว หลังใบสีเขียวอ่อนกว่าหน้าใบเล็กน้อยใบเป็นในและเห็นเส้นกลางใบชัดเจน ใบกว้าง 4-17.5 ซม. ยาว 6-21.5 ซม.
ดอก เป็นดอกช่อกลีบดอกสีเขียวอ่อนหรือสีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือตามข้อ แต่ละช่อมีดอกย่อยมากกว่า 20 ดอก และเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเรียง 5 กลีบ แยกกันหรือติดกันที่ฐานเล็กน้อย กลีบดอก 4-5 กลีบ ติดกันเป็นท่อที่โคนเวลากลีบดอกจะกางออก ดอกขนาดเล็กกว้างประมาณ 0.5-1 ซม. ก้านดอกยาวประมาณ 1-3 ซม.
ผล เป็นฝักคู่รูปหอกปลายผลตัดสีเขียวอ่อน มีจุดกระสีน้ำตาลกระจายตามผิวของฝักทั่วไป ออกตรงข้ามกัน เมล็ดมีพู่ปลิวไปตามลม
ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dregea volubilis Stapf.
คุณค่าอาหาร
ยอดผักฮ้วนหมู 100 กรัม ให้พลังงาน 58 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย เส้นใย 2.3 กรัม แคลเซียม 104 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม เหล็ก 1.8 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 1,595 ไมโครกรัม ไนอซิน 1.0 มิลลิกรัม วิตามินเอ 266 IU. วิตามินบี1 0.14 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.24 มิลลิกรัม วิตามินซี 351 มิลลิกรัม
สรรพคุณทางยา
ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร ราก ใช้ดับพิษร้อน พิษไข้ พิษไข้กาฬ ขับปัสสาวะ เถา ขับปัสสาวะ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ดีกำเริบ ใบ แก้ฝีภายใน แก้พิษต่างๆ ขับปัสสาวะ

แกงผักฮ้วนหมู
แกงผักฮ้วนหมู หรือแกงผักฮ้วน หรือยอดเถากระทุงหมาบ้า นิยมนำยอดอ่อนมาแกงกับปลาแห้ง มะเขือเทศลูกเล็ก และมีวิธีการแกงเช่นเดียวกับแกงผักขี้ขวง ผักขี้เสียด แกงผักหวาน แกงผักเซียงดา
ส่วนประกอบ (กะขนาดตามจำนวนผู้รับประทาน "
- ผักฮ้วนหมู
- ปลาแห้ง (ปลาช่อนย่าง บางทีใช้ไข่มดแดงแทนก็อร่อย)
- พริกขี้หนูแห้ง
- มะเขือเทศลูกเล็ก
- กระเทียม
- หอมแดง
- ข่าหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ปลาร้า (ต้มสุก) และกระปิแกง นิดหน่อย
- เกลือป่น (หากใช้น้ำปลาอาจทำให้มีกลิ่นคาว
วิธีทำ

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด โขลกเครื่องแกง
2. ละลายน้ำพริกแกงลงในน้ำคนให้เข้ากันยกตั้งไฟ พอเดือด ใส่ปลาแห้ง
3. ต้มจนปลานุ่ม (เอาออกมาเลาะก้าง )แล้วใส่ปลาลงไปอีกครั้ง ใส่มะเขือเทศ ตามด้วยผักฮ้วน พอผักสุก ปิดไฟ รับประทานกับ
แคบหมู ข้าวเหนียว
(ตอนที่ 2 เราจะมาแกงดอกสะแรกันค่ะ อย่าลืมติดตามนะคะ)

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สายเกินจะเอ่ยคำว่า..รักเธอ...



ฉันมีเพื่อนที่อยู่ในเมืองให­ญ่ที่ไม่มีวันหลับใหล และวันเวลา ก็ยังคงผ่านไป....
ฉันไม่เคยรู้ว่านานเท่าใด แต่ฉันก็ไม่เคยเจอ...เขา...เพื่อนเก่าคนนั้น
เพราะวุ่นวายอยู่กับชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน รู้แต่ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน
จนวันหนึ่งอยากลองไปหาดูสักที เพื่อนที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆต่อเขา
แต่ตอนนี้ชีวิตเรายุ่งเหยิงและเหนื่อยล้า ต้องฟันผ่ากับเกมส์ชีวิตที่หลากหลาย
เหนื่อยหน่ายกับการสร้างภาพชีวิต
พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทรหา.... ฉันบอกตัวเอง และปลอบตัวเองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่

แต่...พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ระยะทางระหว่างเรา ยิ่งไกล
เพื่อนที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างเป็นร้อยไมล์
จนได้ข่าวว่าเพื่อนจากเราไปเสียแล้ว...

นี่คือ สิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร
ที่ตรงนั้นไม่ไกล แต่ว่าไม่มีเพื่อนของฉันอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว….

..จงพูดอย่างที่ใจคิด ถ้าคุณรักใครสักคนก็บอกเขาไป
อย่ากลัวที่จะเปิดเผยความรู้สึก จงเปิดใจ และบอกสิ่งที่คุณรู้สึกกับคนที่มีความหมายสำหรับคุณ

เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่คุณคิดว่าเหมาะสม วันนั้นอาจจะช้าไป........
หาโอกาสในวันนี้ แล้วคุณจะไม่มีวันเสียใจทีหลัง
สิ่งที่สำคั­ญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว
เพราะพวกเขามีส่วนทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นทุกวันนี้
จากหนูปิ่น /นอร์เวย์ (น้ามลแก้ไขนิดหน่อยนะคะ)

It's too Late !!


Around the corner I have a friend,
In this great city that has no end,
Yet the days go by and weeks rush on,
And before I know it, a year is gone.
And I never see my old friends face,
For life is a swift and terrible race,
he knows I like him just as well,
As in the days when I rang his bell.
And he rang mine but we were younger then,
And now we are busy, tired men.
Tired of playing a foolish game,
Tired of trying to make a name.
'Tomorrow' I say! 'I will call on Jim
Just to show that I'm thinking of him.'
But tomorrow comes and tomorrow goes,
And distance between us grows and grows.
Around the corner, yet miles away,
'Here's a telegram sir,' 'Jim died today.'
And that's what we get and deserve in the end.
Around the corner, a vanished friend.
Remember to always say what you mean.
If you love someone, tell them.
Don't be afraid to express yourself.
Reach out and tell someone what they mean to you.
Because when you decide that it is the right time
it might be too late.Seize the day.
Never have regrets. And most importantly,
stay close to your friends and family,
for they have helped make you
the person that you are today.

จากหนูปิ่น/นอร์เวย์

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คุณประโยชน์ของกล้วยหอม


กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส
(sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร
มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที
เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที
ไม่ต้องสงสัยเลย ...นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก
(เคยเห็นในสนามเทนนิส....พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)
ยังไม่หมด....เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์
ป้องกันโรคภัยและภาวะต่าง ๆของร่างกายได้อีกด้วย...มาดูกัน

ความเศร้าซึม
จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม
พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม
เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง
ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin
สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

pms (premenstrual syndrome)
สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย
ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย...เช่ นปวดท้อง ปวดหัว...ฯลฯ
รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ.....ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย....
มันสามารถป้องกันได้นะจ๊ะ........

โรคโลหิตจาง (Anemia)
ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิต Hemoglobin (ฮีโมโกลบิน)
ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอกนะ....ฮ่า...

ความดันโลหิต (Blood Pressure)
กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ
เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration
อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ยงความดันได้จริง

เสริมสร้างพลังสมอง (Brain Power)
ที่อังกฤษในแค้วน Middlesex มีนักเรียนจำนวน 200 คนจาก Twickenham school
อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กินกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า
รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น
เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ

อาการท้องผูก (Constipation)
เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี

เมาค้าง (Hangovers)
วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย
ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็ วขึ้น......

จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn)
กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่
ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว

Morning Sickness
ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดีนะ...อาการงี่เง่าตอนเช้าเช่นไม่อยากจะตื่นบ้าง...ฯลฯ
ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2 คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น
มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าว ในตอนเช้าได้

บรรเทาแผลยุงกัด
ก่อนที่จะใช้ยาทา
ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด
จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้.....คนส่วนใหญ่เป็นอย่าง นั้นจริง ๆ

ระบบประสาท (Nerves)
วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด. ...อ่อนล้าได้

อ้วนจากทำงานมากเกินไป
ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า
ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเ ต้โต้ชิปส์มากเกินไป
ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็ก ๆน้อย ๆประมาณทุก ๆ 2 ชม.
มันจะช่วยปรับร?ดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจ ุกจิก

แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล (Ulcers)
สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดีขึ้น