วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

7 วันที่นอนหลับไม่สนิท



ไม่ถึงกับเป็น 7 วันอันตราย... แต่คุณยายมลก็หลับไม่สนิท เพราะอะไรหรือ... ก็เพราะลูกเขยโทรมาเสียงกระหืดกระหอบเมื่อกลางดึก คืนวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า
"แม่ๆ ตอนนี้ผมอยู่โรงบาล เมเข้าโรงบาล"
หะแรก...ดีใจหลานคงจะออกแล้ว แต่..เอ๊ะ มันเหลือเวลาอีกเป็นเดือน กว่าจะครบกำหนดคลอด... ก็เลยรีบย้อนถามว่าเป็นอะไร
พ่อลูกเขยก็ช่างกระไร เออเร่อด็อทคอมเลย..ตอบว่า
"เจ็บท้อง...หายใจไม่ออก ตอนนี้ใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ" ฟังแค่นี้เราก้รู้สึกแย่แล้ว ยังพูดผิดต่อไปอีก "อยู่ห้องไอซียู"
"โอยขนาดนั้นเลยเหรอ ห้องไอซียู.."
"ไม่ใช่แม่ ผมพูดผิด..ห้องฉุกเฉิน"
ค่อยโล่งอก ฝากให้ลูกเขยไปบอกลูกตัวว่า วันเสาร์แม่จะขึ้นไป หลังจากนั้นก็ติดต่อขอเลื่อนตั๋วเดินทาง(เพราะจองตั๋วไว้แล้วจะขึ้นไปช่วงต้นๆ เดือน กรกฎา เพราะกำหนดคลอดหลานกลางเดือน กะจะไปดูแลสักระยะค่อยกลับมาทำมาหากินที่ชลฯ)
อุแม่เจ้า.........ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนเที่ยวบินเท่ากับซื้อตั๋วใหม่เที่ยวนึงเลย!! คิดแล้วคิดอีก (เศรษฐกิจพอเพียง) ยังไม่เลื่อนการเดินทาง รอรุ่งขึ้นค่อยว่ากันใหม่
เป็นคืนแรกที่นอนไม่เต็มตา คิดอะไรไม่รู้สาระพัด...
รุ่งขึ้น โทรไปหาลูกสาว ยังพูดหอบๆ แต่ก็ได้ความว่า กรวยไตอักเสบ น้ำตาลขึ้น (กินหวานแบบสุดๆ) เติมน้ำเกลือ ..
"แม่ไม่ต้องมาตอนนี้ก็ได้ ไว้สิ้นเดือนค่อยมาตามที่แปลนไว้ก็แล้วกัน"
"แม่เป็นห่วง"
ลูกสาวบอกว่า ป้าๆ และน้องม่อนมาเยี่ยมกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่เป็นไรมากละ
แม่กับลูกก็เลยได้แต่โทรคุยกัน คุยมากก็ไม่ได้ เพราะเหนื่อย...รู้ว่า หลานในท้องดิ้นตูมตามเลยท้องแข็ง ก็คงเพราะแม่เขาป่วย ลูกก็ป่วยตาม...
3 วัน อาการเริ่มดีขึ้น ถอดสายน้ำเกลือ แต่ก็ยังกินอาหารอ่อนตลอด .....
จนวันที่ 15 มิย. แม่ไปทำสังฆทานให้ยาย ครบ 10 ปีที่ยายเสีย ก็เลยภาวนาให้ลูกหายไวๆ..
กลับมาบ้านเปิดเน็ต.. อ้าว เห็นลูกสาวออนเอ็มฯ ก็เลยไม่แน่ใจ ทักไป ..อ่าว...ใช่จริงๆ
"ไม่ได้เล่นเน็ตหลายวัน เลยให้พี่ปู(ลูกเขย)เอาโน๊ตบุ๊กมาให้ ...แอบใช้ไฟโรงบาลอีก" ตระกูลติดเน็ตจ้า...ขอบอก
คนเป็นแม่ก็เลยดีใจที่ลูกอาการปกติ
หมอบอกว่า ไม่ได้เป็นเบาหวาน แต่น้ำตาลขึ้นเฉพาะกิจว่างั้นเถอะ.. (ลูกสาวสารภาพว่า...เพราะเห็นกะทิเหลือจากทำกับข้าว ก็เลยเอามาเคี่ยว เติมน้ำตาล น้ำผึ้ง ราดลงบนสับปะรดฉ่ำๆ) โอ๊ย...จะเหลือหรือนั่น น้ำตาลไม่ขึ้นโผล่ทะลุที่หัวก็ดีแล้ว !!
ลูกสาวออกโรงพยาบาลแล้วเมื่อวันที่ 18 รวมนอนอยู่โรงพยาบาล 7 คืนเลย
เราแม่ลูกโทรคุยกันทุกวัน บางทีก็คุยกันทางเอ็มฯ แต่แม่ขี้เกียจพิมพ์ โทรดีกว่า คุยรู้เรื่องเร็ว
ตอนนี้ก็สบายใจแล้ว เมื่อคืนนอนหลับสบาย...
วันนี้ไปเดินห้าง ดูหนัง กับลูกชาย คลายเครียด...
อีก 15 วันเจอกันที่เชียงใหม่นะลูก...

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แกงสมุนไพร.... (ตอนที่ 1)





ต้นไม้..พืชสมุนไพร และ ไม้ดอก ที่พ่อเอามาปลูกไว้ในบ้านลูก มีหลายชนิด วันนี้เอาชนิดที่กินได้ก่อนนะคะ
1. ผักฮ้วนหมู
ต้น เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งและมีอายุหลายปี เถาอ่อนลักษณะกลมสีเขียวเข้มผิวเรียบ มีจุดกระสีน้ำตาลอ่อนกระจายอยู่ทั่วไป เถาเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลเข้มลำต้นมีรอยแตกหรือมีร่องเล็กๆ แตกตามความยาวของต้น มีจุดสีขาวอยู่ที่ผิวของลำต้น มียางสีขาว
ใบ เป็นใบเดี่ยวออกตามข้อเป็นคู่ตรงข้ามกัน ใบรูปหัวใจไม่มีหูใบ ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลมโคนใบเว้าเข้าหากันคล้ายใบโพธิ์ ใบสีเขียว หลังใบสีเขียวอ่อนกว่าหน้าใบเล็กน้อยใบเป็นในและเห็นเส้นกลางใบชัดเจน ใบกว้าง 4-17.5 ซม. ยาว 6-21.5 ซม.
ดอก เป็นดอกช่อกลีบดอกสีเขียวอ่อนหรือสีเขียวอมเหลือง ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือตามข้อ แต่ละช่อมีดอกย่อยมากกว่า 20 ดอก และเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเรียง 5 กลีบ แยกกันหรือติดกันที่ฐานเล็กน้อย กลีบดอก 4-5 กลีบ ติดกันเป็นท่อที่โคนเวลากลีบดอกจะกางออก ดอกขนาดเล็กกว้างประมาณ 0.5-1 ซม. ก้านดอกยาวประมาณ 1-3 ซม.
ผล เป็นฝักคู่รูปหอกปลายผลตัดสีเขียวอ่อน มีจุดกระสีน้ำตาลกระจายตามผิวของฝักทั่วไป ออกตรงข้ามกัน เมล็ดมีพู่ปลิวไปตามลม
ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dregea volubilis Stapf.
คุณค่าอาหาร
ยอดผักฮ้วนหมู 100 กรัม ให้พลังงาน 58 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย เส้นใย 2.3 กรัม แคลเซียม 104 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม เหล็ก 1.8 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 1,595 ไมโครกรัม ไนอซิน 1.0 มิลลิกรัม วิตามินเอ 266 IU. วิตามินบี1 0.14 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.24 มิลลิกรัม วิตามินซี 351 มิลลิกรัม
สรรพคุณทางยา
ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร ราก ใช้ดับพิษร้อน พิษไข้ พิษไข้กาฬ ขับปัสสาวะ เถา ขับปัสสาวะ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ดีกำเริบ ใบ แก้ฝีภายใน แก้พิษต่างๆ ขับปัสสาวะ

แกงผักฮ้วนหมู
แกงผักฮ้วนหมู หรือแกงผักฮ้วน หรือยอดเถากระทุงหมาบ้า นิยมนำยอดอ่อนมาแกงกับปลาแห้ง มะเขือเทศลูกเล็ก และมีวิธีการแกงเช่นเดียวกับแกงผักขี้ขวง ผักขี้เสียด แกงผักหวาน แกงผักเซียงดา
ส่วนประกอบ (กะขนาดตามจำนวนผู้รับประทาน "
- ผักฮ้วนหมู
- ปลาแห้ง (ปลาช่อนย่าง บางทีใช้ไข่มดแดงแทนก็อร่อย)
- พริกขี้หนูแห้ง
- มะเขือเทศลูกเล็ก
- กระเทียม
- หอมแดง
- ข่าหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ปลาร้า (ต้มสุก) และกระปิแกง นิดหน่อย
- เกลือป่น (หากใช้น้ำปลาอาจทำให้มีกลิ่นคาว
วิธีทำ

1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด โขลกเครื่องแกง
2. ละลายน้ำพริกแกงลงในน้ำคนให้เข้ากันยกตั้งไฟ พอเดือด ใส่ปลาแห้ง
3. ต้มจนปลานุ่ม (เอาออกมาเลาะก้าง )แล้วใส่ปลาลงไปอีกครั้ง ใส่มะเขือเทศ ตามด้วยผักฮ้วน พอผักสุก ปิดไฟ รับประทานกับ
แคบหมู ข้าวเหนียว
(ตอนที่ 2 เราจะมาแกงดอกสะแรกันค่ะ อย่าลืมติดตามนะคะ)

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สายเกินจะเอ่ยคำว่า..รักเธอ...



ฉันมีเพื่อนที่อยู่ในเมืองให­ญ่ที่ไม่มีวันหลับใหล และวันเวลา ก็ยังคงผ่านไป....
ฉันไม่เคยรู้ว่านานเท่าใด แต่ฉันก็ไม่เคยเจอ...เขา...เพื่อนเก่าคนนั้น
เพราะวุ่นวายอยู่กับชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน รู้แต่ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน
จนวันหนึ่งอยากลองไปหาดูสักที เพื่อนที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆต่อเขา
แต่ตอนนี้ชีวิตเรายุ่งเหยิงและเหนื่อยล้า ต้องฟันผ่ากับเกมส์ชีวิตที่หลากหลาย
เหนื่อยหน่ายกับการสร้างภาพชีวิต
พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทรหา.... ฉันบอกตัวเอง และปลอบตัวเองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่

แต่...พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ระยะทางระหว่างเรา ยิ่งไกล
เพื่อนที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างเป็นร้อยไมล์
จนได้ข่าวว่าเพื่อนจากเราไปเสียแล้ว...

นี่คือ สิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร
ที่ตรงนั้นไม่ไกล แต่ว่าไม่มีเพื่อนของฉันอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว….

..จงพูดอย่างที่ใจคิด ถ้าคุณรักใครสักคนก็บอกเขาไป
อย่ากลัวที่จะเปิดเผยความรู้สึก จงเปิดใจ และบอกสิ่งที่คุณรู้สึกกับคนที่มีความหมายสำหรับคุณ

เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่คุณคิดว่าเหมาะสม วันนั้นอาจจะช้าไป........
หาโอกาสในวันนี้ แล้วคุณจะไม่มีวันเสียใจทีหลัง
สิ่งที่สำคั­ญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว
เพราะพวกเขามีส่วนทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นทุกวันนี้
จากหนูปิ่น /นอร์เวย์ (น้ามลแก้ไขนิดหน่อยนะคะ)

It's too Late !!


Around the corner I have a friend,
In this great city that has no end,
Yet the days go by and weeks rush on,
And before I know it, a year is gone.
And I never see my old friends face,
For life is a swift and terrible race,
he knows I like him just as well,
As in the days when I rang his bell.
And he rang mine but we were younger then,
And now we are busy, tired men.
Tired of playing a foolish game,
Tired of trying to make a name.
'Tomorrow' I say! 'I will call on Jim
Just to show that I'm thinking of him.'
But tomorrow comes and tomorrow goes,
And distance between us grows and grows.
Around the corner, yet miles away,
'Here's a telegram sir,' 'Jim died today.'
And that's what we get and deserve in the end.
Around the corner, a vanished friend.
Remember to always say what you mean.
If you love someone, tell them.
Don't be afraid to express yourself.
Reach out and tell someone what they mean to you.
Because when you decide that it is the right time
it might be too late.Seize the day.
Never have regrets. And most importantly,
stay close to your friends and family,
for they have helped make you
the person that you are today.

จากหนูปิ่น/นอร์เวย์

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คุณประโยชน์ของกล้วยหอม


กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส
(sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร
มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที
เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที
ไม่ต้องสงสัยเลย ...นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก
(เคยเห็นในสนามเทนนิส....พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)
ยังไม่หมด....เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์
ป้องกันโรคภัยและภาวะต่าง ๆของร่างกายได้อีกด้วย...มาดูกัน

ความเศร้าซึม
จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม
พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอม
เพราะว่ามัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง
ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin
สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

pms (premenstrual syndrome)
สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย
ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย...เช่ นปวดท้อง ปวดหัว...ฯลฯ
รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ.....ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย....
มันสามารถป้องกันได้นะจ๊ะ........

โรคโลหิตจาง (Anemia)
ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิต Hemoglobin (ฮีโมโกลบิน)
ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้
แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอกนะ....ฮ่า...

ความดันโลหิต (Blood Pressure)
กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ
เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration
อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ยงความดันได้จริง

เสริมสร้างพลังสมอง (Brain Power)
ที่อังกฤษในแค้วน Middlesex มีนักเรียนจำนวน 200 คนจาก Twickenham school
อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กินกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า
รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น
เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ

อาการท้องผูก (Constipation)
เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี

เมาค้าง (Hangovers)
วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้วยหอมปั่น banana milkshake
โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย
ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด
และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็ วขึ้น......

จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn)
กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่
ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว

Morning Sickness
ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดีนะ...อาการงี่เง่าตอนเช้าเช่นไม่อยากจะตื่นบ้าง...ฯลฯ
ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2 คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น
มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าว ในตอนเช้าได้

บรรเทาแผลยุงกัด
ก่อนที่จะใช้ยาทา
ลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด
จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้.....คนส่วนใหญ่เป็นอย่าง นั้นจริง ๆ

ระบบประสาท (Nerves)
วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้วยหอมจะช่วยลดความเครียด. ...อ่อนล้าได้

อ้วนจากทำงานมากเกินไป
ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่า
ความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเ ต้โต้ชิปส์มากเกินไป
ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็ก ๆน้อย ๆประมาณทุก ๆ 2 ชม.
มันจะช่วยปรับร?ดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจ ุกจิก

แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล (Ulcers)
สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดีขึ้น

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สัตว์เลี้ยงมงคล...ประจำราศีต่างๆ




ราศีเมษ (13 เม.ย - 13 พ.ค.) เลี้ยงสัตว์อะไรก็ต้องเน้นความซื่อสัตย์ หมาหรือแมวก็ดีทั้งนั้น
ราศีพฤษภ (14 พ.ค. -13 มิ.ย.) ควรจะเลี้ยงปลา ปลาอะไร พันธุ์ อะไร ก็ได้ทั้งนั้น ขอให้เป็นปลา

ราศีเมถุน (14 มิ.ย. - 14 ก.ค.) ต้องเป็นสัตว์ปีก ไก่ นก หรือถ้าไม่สามารถเลี้ยงได้ เอารูปนก มาติดผนัง ก็เป็น
มงคลได้
ราศีกรกฎ (15 ก.ค. -16 ส.ค.) สัตว์น้ำที่มีความแข็งแรง อย่างปลามังกร ปลาคาร์ฟ เน้นที่ความสง่างาม (ไม่ใช่ สวยงาม)
ราศีสิงห์(17 ส.ค. - 16 ก.ย.) ต้องเลี้ยงสัตว์ป่า ถ้าเป็นสุนัขก็ต้องเป็นพันธุ์ดุร้าย ตัวใหญ่

ราศีกันย์ (17 ก.ย. - 16 ต.ค.) เป็นราศีที่รักอิสระ ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ใดๆเลย แต่ควรทำบุญทำกุศลโดยบริจาคเงิน
ซื้ออาหารให้สัตว์
ราศีตุลย์ (17 ต.ค. - 15 พ.ย.) ควรเลี้ยงปลา เป็นปลาบ่อ ไม่ใช่ปลาตู้
ราศีพิจิก (16 พ.ย. - 15 ธ.ค.) เลี้ยงสุนัขที่มีขนยาว ปุกปุย
ราศีธนู (16 ธ.ค. - 14 ม.ค.) ราศีนี้เป็นเจ้าของหมาได้ แต่คนใกล้ชิดต้องเลี้ยงแทน ควรเป็นหมาพันธุ์เตี้ย ดุ

ราศีมังกร ( 16 ม.ค. - 12 ก.พ.)
เลี้ยงแมวสีสวาดจึงจะดี

ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. - 13 มี.ค.) ไม่ควรเลี้ยงสัตว์เลย
ราศีมีน (14 มี.ค. - 12 เม.ย.)
เลี้ยงปลาสวยงาม เช่นปลาเงิน ปลาทอง


ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ thaiorc.com ค่ะ

ดอกไม้ ประจำวันเกิด


วันนี้เรามีดอกไม้ ประจำวันเกิดมาให้อ่านกันค่ะ … ใครเกิดวันไหน ตรงกับต้นไม้ หรือดอกไม้อะไรก็อย่าลืมไปหามาปลูกนะคะ

เกิดวันอาทิตย์
ต้นไม้ประจำวันเกิด เป็นต้นพวงแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา และต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม
ส่วนดอกไม้ประจำวันเกิด เป็นดอกกุหลาบสีส้ม จะถูกโฉลกกับเธอที่เกิดวันอาทิตย์
คนเกิดวันนี้มีนิสัยทะเยอทะยานและกระตือรือล้น เธอและดอกไม้มีความหมายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ ดอกไม้อีกชนิดสำหรับผู้เกิดวันนี้คือ ดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์เสมอ บอกถึงตัวเธอที่เชื่อมั่น หัวสูง ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย

เกิดวันจันทร์
ต้นไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ต้นจำปี ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอม เธอจะยิ่งโชคดี
ดอกไม้ประจำวันเกิด คือดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวเธอที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย ส่วนดอกไม้อีกชิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนเพราะคนวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติก และช่างฝัน

เกิดวันอังคาร
ต้นไม้ที่แสนดีของเธอคือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถ ออกดอกสีชมพู ต้นเข็มออกดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของเธอออกดอกมากๆ บอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุข
ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกล้วยไม้ โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้

เกิดวันพุธ
ต้นไม้ประจำตัวคนที่เกิดวันพุธนั้นพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว โดยเฉพาะต้นกระดังงา ต้นสนฉัตร ดังนั้นเธอควรปลูกต้นไม้เยอะๆ ถึงจะโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นจะช่วยปกป้องคุ้มครองเธอได้ คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ เพราะคนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูตและรัก สันติภาพ
ดอกไม้ประจำวันเกิด คือดอกบัว ซึ่งคนที่เกิดวันพุธมักจะเป็นนักคำนวณ (เงิน) สีเหลืองอร่ามราวกับทองของดอกไม้ชิดนี้ หมายถึงรักของเธอต้องมาพร้อมเงิน

เกิดวันพฤหัสบดี
ต้นไม้ประจำตัวคือ ต้นโสน ต้นราชพฤกษ์ และต้นบานบุรี หากมีต้นไม้เหล่านี้อยู่ในบ้านจะช่วยคุ้มครองดูแลเธอ
ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกุหลาบสีเหลือง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรัก รักซ้อนซ่อนใจ เพราะคนที่เกิดวันนี้เป็นคนรักงายหน่ายเร็ว เจ้าชู้เล็กๆ ดอกไม้อีกชนิดหนึ่งคือดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึงรักของเธอที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน เธอที่เกิดวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน น่ารักเหมือนดอกไม้ของเธอนั่นแหละ

เกิดวันศุกร์
ต้นไม้ที่แสนดีของคนที่วันศุกร์คือ ต้นพยับหมอก ต้นแส ต้นอัญชัน
ส่วนดอกไม้ของเธอคือ กุหลาบทุกสี เพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่มีเสน่ห์ล้นเหลือ หรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบดอกไวโอแลตว่า "ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ" คนเกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล จึงได้ดอกลาเวนเดอร์ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอน ไปครองอีกดอกหนึ่ง

เกิดวันเสาร์
จะมีต้นไม้พวกต้นกัลปังหา ต้นพวงคราม ต้นอินทนิล เป็นต้นไม้ประจำวันเกิด
ดอกไม้ประจำวันเกิดคือ ดอกลิลลี่ อันหมายถึงรักครั้งแรก รักที่บริสุทธิ์เพราะคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังและซีเรียส จึงรักใครยากหน่อย ทว่าดอกลิลี่เป็นดอกที่กระทบใจคนขี้เหงาวันเสาร์ได้ดีทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจากกะปุกดอทคอมค่ะ.............