วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

คนเก่ง...ในอดีต
















ก็สืบเนื่องจากบทความก่อนหน้านี้ที่ฉันจัดเก็บตู้ใส่เอกสาร...
ก็เลยไปพบ รูปของคนเก่งในอดีต
เมื่อปี 2543 ที่ไปรับรางวัล "ศูนย์บริการดีเด่น" ของบริษัทพรีเมียร์ฯ สาขาเชียงใหม่
ก็...ทำให้คิดถึงตอนที่เธอทำงานอยู่บริษัทฯ ซึ่งฉันมักจะถามเธอเสมอว่า บริษัทนี้เป็นของเธอคนเดียวเหรอ
ก็เพราะเห็นเธอทุ่มทุนสร้างเสียเหลือเกิน ทั้งทุ่ม ทั้งเท ทั้งเสียสละ รักและห่วง บริษัท (ตอนนั้นคิดว่า ...ยิ่งกว่าครอบครัว)
เมื่อก่อนบ้านเราจะอยู่คนละทางกับบริษัท ระยะทางจากบ้านมาบริษัท ไป-กลับประมาณ 40 กิโลเมตร
แต่ช่วงปี 2538 เราย้ายมาซื้อที่ ปลูกบ้านที่อำเภอแม่ริม ห่างจากบริษัทประมาณ 8 กิโลเอง
เข้าทางเลย.... วันหยุดวันพักก็ไม่เว้น ขอให้ได้ไปดู ไปเห็นหลังคาบริษัทซักหน่อยก็ยังดี
บางคืนฝนตกหนัก ผวาลุกขึ้น รีบแต่งตัวขับรถไปบริษัท เพื่อไปดูว่าฝนรั่ว ฝนสาดเข้ามาในห้องทำงานไหม เอกสารเปียกหรือเปล่า???
แล้วเธอก็ได้รับผลตอบแทนที่น่าภูมิใจ เอาไว้ให้ลูกๆ และคนอยู่หลังที่รักเธอได้ภาคภูมิใจ แม้ว่าเมื่อเธอจากไป เธอจะเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้แม้เพียงอย่างเดียวก็ตาม....

สองเรา เมื่อวันวาน...


เมื่อทำความสะอาดตู้เก็บเอกสารเช้านี้ บังเอิญได้เห็นบัตรเอทีเอ็มเก่าๆ ใบหนึ่ง ของคนใกล้ชิด ก็เลยหงายขึ้นดูด้านหน้า...
ถึงบางอ้อเลย ว่ารูปที่ไปถ่ายที่เชียงของ ตอนไปเที่ยวกับลูกๆ 5 คนครอบครัวเรา เมื่อเกือบ 20 ปีแล้ว มันแหว่งจากอัลบั้มไป 1 รูป... อยู่นี่เองพ่อตัวดี!!
ถึงสัจจธรรมเลยว่า...เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่คนเราจะหลีกหนีไม่พ้นจริงๆ
เออหนอ.. เมื่อยามนั้น เราทั้งสองก็ยังดูหนุ่มดูสาวอยู่เลย อายุเราตอนนั้น ประมาณ เธอ 43 ฉัน 39 นี่แหละ ลูกคนโตเป็นคนถ่ายรูปนี้ให้
เมื่อก่อนเราชอบไปไหนๆ เป็นครอบครัว ขับรถไปเรื่อยๆ บางทีก็ออกจากบ้านโดยยังไม่รู้จุดหมายก็มี ไปสรุปกันกลางทางก็บ่อยครั้ง เรามีกล้องโกดัก รุ่นปัญญาอ่อนอยู่ตัวหนึ่ง ก็เก็บภาพกันไว้เยอะ ยังไม่ได้ scan ลงเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเยอะเลย หลายอัลบั้มมาก
เวลาว่างๆ ฉันชอบเอารูปภาพเก่าๆ มานั่งดู มันมีความรู้สึกเป็นสุข บางทีก็ขบขัน บางครั้ง ถามตัวเองว่า เอ..เสื้อผ้าชุดนี้ ฉันสวมมันเข้าไปได้ยังไง... หรือบางทีก็อดจะก้มมองดูตัวเองแล้วถอนใจยาวเชียว...บอกตัวเองว่า หุ่นอย่างในรูปน่ะ มันไม่กลับมาอีกแล้ว .. เหอๆ ๆ The river of no return..
ระหว่างเรา... มีเรื่องให้นึกถึงได้ตลอด เหลียวไปทางไหน มองอะไร หยิบอะไร ก็ดูเหมือนจะมีเธออยู่ที่นั่น ที่นี่เสมอ เธอไม่เคยไปจากฉันเลยจริงๆ...
แต่มันก็ดีนะ ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่น ไม่ว้าเหว่ เหมือนกับที่เคยคิดไว้ว่า สักวันถ้าไม่มีเธอ ฉันจะอยู่อย่างไร
มาถึง ณ วันนี้ ฉันก็ได้คำตอบว่า ฉันอยู่ได้อย่างมีความสุข กับภาพความหลัง กับเงาอดีต ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า...ทุกครั้งที่ดูภาพ ทุกคราที่ย้อนนึกถึงวันวาน...ฉันก็มีความสุขเหมือนเดิม...

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา....ฉบับสุดท้าย...











พ่อ...สุดที่รัก,

อย่าเพิ่งตกใจที่เห็นชื่อเรื่องเพราะเป็นแค่จดหมายที่เป็นฉบับสุดท้าย แต่พ่ออยู่กับเราเสมอ...
จดหมายที่แม่จะเขียนถึงพ่อเป็นฉบับสุดท้ายจริงๆ เพราะเมื่อพ่อจากเราไปครบ 100 วันแล้ว โบราณเขาถือกันว่า พ่อจะไปจุติเป็น เทพ (พ่อเชื่อป่าว?) ก็ไม่มีประโยชน์ที่ต้องเขียนเล่าเรื่องอะไรให้พ่อฟังอีก ก็...ถึงอย่างไร เทพ ก็ต้องรู้โดยญาณทั้งหมดแล้ว และอีกอย่างแม่ไม่แน่ใจว่า เมืองเทพ มีอินเตอร์เน็ตใช้หรือเปล่า
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พ่อยังอยู่ในหัวใจ อยู่ในความทรงจำของเราแม่ลูกตลอดไป ขอสัญญาว่า เมื่อหลานเราโตขึ้น แม่ก็จะเล่าเรื่องคุณตาให้เขาฟังเสมอจ๊ะ
ที่เคยบอกพ่อไว้ว่าจะเอากล้วย 2 เครือ และฟักทองอีก 2 ลูก ไปให้พ่อ 100 วัน ที่เชียงใหม่ ก็ปรากฎว่ามันยังไม่แก่พอดี เอาไว้สุกดี กินได้แม่จะเอาไปทำบุญที่วัดทุ่งกราดละกันนะ
เรื่องสุดท้ายที่จะบอกพ่อ ก็คือเรื่องทำบุญร้อยวันของพ่อ (ที่เจ้าอ้วนเล่าไปบ้างแล้ว)
เมื่อเราไปถึงเชียงใหม่วันที่ 20 เมษายน ตอนเช้า หลังจากเก็บกวาด ทำความสะอาดบ้านแล้ว แม่กับลูก(โม่) ก็ออกจากบ้านเพื่อไปงานศพ ลุงมี เพื่อนตาหมาน ซึ่งพ่อก็รู้จักดี เราผ่านไปทางหมู่บ้านโชตนา ก็เลยชวนลูกขับรถเข้าไปเพื่อบอกข่าวเรื่องพ่อให้ "พี่อู้ด" เพื่อนพ่อ (เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวตอนเราแต่งงานด้วยเมื่อ 33 ปีก่อน) ทั้งพี่อู้ดและเจ๊ต้อยตกใจมากเมื่อรับรู้เรื่องการจากไปของพ่อ แม่เองก็ตกใจที่เห็นสภาพเพื่อนพ่อ เขาบอกว่า พ่อเสียวันที่ 13 มกราคม 52 เป็นช่วงเวลาที่เขาอยู่ในห้องไอซียูเหมือนกัน เพราะผ่าตัดเปลี่ยนหลอดเลือดหัวใจ... แกผอมกะหร่อง ซูบโซ แต่ใบหน้าก็ยังยิ้มแย้ม พี่อู้ดร่วมทำบุญใส่ซองมาให้พ่อจำนวนหนึ่ง...
หลังจากนั้นเราก็ขับรถเพื่อจะไปวัดหมื่นสาร แต่แอร์เสีย ร้อนมาก เหงื่อโซกทั้งแม่ทั้งลูก ก็เลยโทรไปหา "จุ้ม" ลูกน้องเก่าที่ดีคนหนึ่งของพ่อ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการศูนย์บริการรถยี่ห้อหนึ่งของมาเลเซีย เขาบอกว่า
"เอามาให้ผมดูเลยครับป้า เดี๋ยวผมจัดการให้"
เป็นเวลาพักเที่ยงแล้ว เมื่อเราไปถึงบริษัทที่ดอนจั่น แต่พนักงานส่วนมากก็ยังอยู่ในออฟฟิศ และบริการเราอย่างดี สักครึ่งชั่วโมงผ่านไป อีแก่ก็อยู่ในสภาพพร้อมรบ (หมายถึงรถนะพ่อ ไม่ได้หมายถึงแม่) ทั้งเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เติมน้ำยาแอร์ เช็คเครื่องให้... "ฟรีทุกรายการ" แม่ขอบคุณจุ้ม และรู้สึกขอบคุณพ่อมาก ที่แม้จากไป ก็ยังมีพาวเวอร์อยู่
เราไปงานเผาศพกลับมาแวะหาหลวงพ่อท่านพระครูวิบูลย์ฯ วัดสว่างบันเทิงที่แม่เคยติดต่อปรึกษาเรื่องงานทำบุญ100วัน และเลยถือโอกาสนิมนต์พระไว้ 5 รูป ทางโทรศัพท์ รู้สึกว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง จึงมาหาท่าน แต่ท่านไม่อยู่ รุ่งขึ้นตอนสายๆ จึงไปหาอีกครั้งหนึ่ง
ท่านเมตตาให้ยืมเสื่อใหญ่ 3 ผืน อาสนะ 5 ที่ และผ้าบังสุกุลอีก 4 ผืน ช่วงแดดร่ม แม่ก็เดินไปเชื้อเชิญเพื่อนบ้านใกล้เคียง ให้มาร่วมงานพ่อ เป็นที่น่ายินดีว่าแขกทุกคนที่ไปเชิญ ก็จะมาร่วมงานด้วย แม้ไม่ได้อยู่ฟังสวด เลี้ยงเพลพระ ก็มาร่วม "ฮอมซอง" (ร่วมทำบุญ) แล้วจึงไปทำงาน หรือไปธุระของเขา
งานนี้ถ้าไม่มี "ซองฮอม" (ซองที่ร่วมทำบุญ) ก็คงแย่เหมือนกัน เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดเหยียบ 2 หมื่น
วันที่ 22 เมษาซึ่งเป็นวันดา(วันสุกดิบ) ก็มีเพื่อนร่วมวงเก่าของพ่อมาช่วย ขนเต้นท์ เก้าอี้ โต๊ะ ช้อนจาก จากกลุ่มแม่บ้านมาให้ ช่วยกางเต้นท์จัดเก้าอี้ จนมืด แม่เลี้ยงอาหาร และเครื่องดองของเมาไปบ้างแต่ก็มีคนดื่มไม่กี่คน
เขาบอกว่า "เก็บท้องไว้พรุ่งนี้ก่อน ค่อยกินเต็มที่"
และก็เต็มที่จริงๆ เฉพาะค่าเครื่องดอง และ อาหารรวมๆกัน ก็หมื่นกว่า เครื่องบุญอื่นๆ เช่นด้ายสายสิญจ์ ดอกไม้ ธูป เทียน สังฆทาน และใส่ซองถวายปัจจัยพระ ก็มากโข
วันที่ 23 เมษา 2552 ซึ่งครบร้อยวันที่พ่อจากไปพอดี งานทำบุญของพ่อก็ผ่านไปด้วยดีทุกขั้นตอน แขกที่พ่อและเขาควรอโหสิกรรมให้ซึ่งกันและกัน คือ "พ่อหลวงดวงดี ยานะ" ก็มาร่วมงานอยู่บนบ้านช่วยจัดการเรื่องต่างๆเกี่ยวกับพระสงฆ์ด้วย... นอกจากนี้ ญาติทางบ้านหอพระ ก็มากันเยอะ ทั้งยายชุม ยายนิล ยายจีบ ป้านัน เพื่อนๆแม่ก็มาเยอะ อาจารย์เพ็ญศรี อาจารย์พรรณี อาจารย์ติ๋ว อาจารย์ต๋อย อาจารย์ชล สท.เถาวัลย์ ลดาวัลย์เพื่อนแม่ลูกน้องเก่าๆของพ่อก็มาสิบกว่าคน และที่ต้องกล่าวถึงคือ "พี่ยา" คุณกัลยา ภูมิประภาพงศ์ เพื่อนพ่อก็มากับหลานย่า พ่อ...ญาติทางพ่อก็มา... 1 คน คือน้องแดง น้องสุดท้องพ่อจ๊ะ (ใครที่มางานแล้วแม่ไม่ได้เอ่ยชื่อก็อย่าโกรธกันนะ นึกไม่ออกจ๊ะ)
แต่ที่พูดให้พ่อฟังเรื่องเงินค่าใช้จ่ายเลี้ยงเหล้ายาปลาปิ้งแขกพ่อ ไม่ได้หมายความว่าเสียดาย หรือไม่เต็มใจนะ แต่บอกเพื่อให้พ่อรู้ว่า เราแม่ลูกทำทุกอย่างตามประเพณี และตามธรรมเนียมทุกอย่าง เพื่อให้พ่อไปดี
ท่านพระครูฯ บอกว่า โกศกระดูก จะเอาไปเก็บไว้...
- ใต้ต้นไม้ใหญ่ในวัดใดก็ได้
- จุดเป็นพลุให้แตกหายไปเป็นธุลีในอากาศ
- ไว้ในวัดที่พ่อเคยบวช(วัดพระธาตุดอยสุเทพ) หรือ
- เก็บไว้ที่บ้านเพื่อให้ลูกหลาน กราบไหว้บูชา ก็ได้
พ่อก็คงเดาถูกนะ ว่าแม่และลูกๆ เห็นตรงกันข้อสุดท้าย ว่าเอาเก็บไว้ที่บ้านเดิมของเรา (แม่ริม) และวันนี้แม่ก็หวังว่าพ่อคงอยู่อย่างสงบสุขที่นั่น
ที่บ้านแม่ริม มีน้องเม ลูกสาวเรา และปู ลูกเขย อยู่กันเพียง 2 คน พ่อก็คงไม่รู้สึกอึกทึกอะไรมากมาย ส่วนน้องม่อน เจ้าตัวเล็ก ถึงแม้จะอยู่กับป้าแอ๊ด ดูแล ลุงหมานที่สุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่นัก ก็จะมาบ้านแม่ริมทุกวันหยุดทำงานของเขา
ขอให้พ่อช่วยดูแลบ้าน ดูแลลูกๆ และหลานที่กำลังจะออกมาดูโลกอีก 2 เดือนข้างหน้า และขอช่วยเอาโชคลาภมาให้พวกเราด้วยนะ
พ่อ.. แม่ยังอยากถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเหมือนเดิมจ๊ะ
ขอให้พ่อมีความสงบสุขในสัมปรายภพ... หากชาติหน้ามีจริง เราจะกลับมาอยู่ร่วมกันอีก
พ่อคงจำได้วันที่ 14 มกราคม 2552 แม่รดน้ำที่มือพ่อเป็นคนสุดท้าย ที่ศาลาวัดทุ่งกราด ชลบุรี และกระซิบบอกพ่อว่า...
"ชาติหน้าเราจะพบกันใหม่นะ"
แม่และลูกๆ
30/4/2552








วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

28 เมษายน ครบรอบ 59 ปี พระราชาภิเษกสมรส

ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลาย อันมีพระสยามเทวาธิราชเป็นต้น โปรดอวยพระพรให้ทั้งสองพระองค์ทรงพระเกษมสำราญตลอดนิรันดร์กาล เทอญ...

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2552

เรื่องร้อยวันของพ่อ...ขออ้วนเล่ามั่ง...










พ่อครับ,


อ้วนคิดถึงพ่อจัง
เมื่อสักวันที่ 16 เมษา แม่กับพี่โม่เอาอะไรไม่รู้มาแปะรอบกระจกรถสีมืดๆ ได้ยินแม่พูดว่า... มันป้องกันความร้อนได้ แอร์ทำงานไม่หนักด้วย อ้วนไม่รู้เรื่องหรอก เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องของหมา
และเมื่อเช้าวันที่ 19 เมษายน แม่ก็ล้างรถ เช็ดรถ ขนเอาข้าวของเยอะแยะ มีกระเป๋าเสื้อผ้าของแม่กับพี่โม่ด้วย มาใส่กระโปรงหลังรถ
สักพัก พี่โม่ก็บอกแม่ว่า
"แดดออกละ เดี๋ยวโม่จะอาบน้ำให้ไอ้อ้วน ไม่อาบเดี๋ยวเหม็นในรถ"
แล้วอ้วนก็โดนอาบน้ำฟอกแชมพู ถึงอ้วนไม่ค่อยชอบน้ำเท่าไหร่นัก แต่ก็รู้สึกสบายดี เลยไม่ดิ้นขัดขืนพี่โม่เลย หอมตัวเองด้วยแหละพ่อ
พอตกเย็น แดดลับ แม่กับพี่โม่ก็จับอ้วนขึ้นรถ แม่ล็อคกุญแจบ้าน อ้วนเห็นแม่จุดไฟเผาไม้อะไรสักอย่างหลายก้านด้วย มีกลิ่นหอมๆเหม็นๆชอบกล แล้วแม่ก็พูดอะไรไม่รู้งึมๆงัมๆ กับพื้นดินใต้ต้นมะยมหน้าบ้าน
จับใจความได้ว่า จะเอาโกศกระดูกพ่อไปเชียงใหม่ ไปทำบุญร้อยวัน แม่เที่ยวเดินไปบอกคนที่อยู่ใกล้ๆบ้าน อ้วนได้ยินว่า "ฝากดูแลบ้านด้วยนะคะ"
อ้วนแอบดีใจจังจะได้ไปบ้านเชียงใหม่...อ้วนกระโดดในรถ เลยถูกพี่โม่เอ็ดเอา แถมเงื้อมือจะตีด้วย
นานแล้วตั้งแต่พ่อไม่อยู่ อ้วนก็ไม่เคยนั่งรถไปไหนเลย ไม่เหมือนตอนมีพ่อ ได้นั่งรถเที่ยว ไปทะเล ไปโน่นไปนี่ วันนี้ขึ้นไปนั่งรถ อ้วนอึดอัดมาก มันมืดๆ จากที่แม่เอาอะไรมาแปะกระจกรถ อ้วนเวียนหัว มองอะไรก็ไม่ชัด พี่โม่เอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่แม่เอาให้อ้วนนอน มาปูทับบนเบาะหลัง แล้วก็บังคับให้อ้วน "นอนๆๆๆ" ตลอดทาง
พี่โม่ขับรถออกจากบ้านไปตามถนน (ที่อ้วนก็ไม่รู้จัก เพราะทุกทีไปกับพ่อ หันหน้ารถไปอีกทาง สงสัยวันนี้ไม่ไปทะเลเหมือนพ่อเคยพาไป) อ้วนตื่นเต้นมากๆ มีรถรามากเหลือเกิน คันใหญ่ๆ อ้วนก็เลยส่งเสียงแบบทำให้พี่โม่ตกใจเลย ได้ยินแม่พูดกับพี่โม่ว่า
"อ้วนมันกลัวรถคันใหญ่ๆ ที่เสียงดังๆ ตั้งแต่อยู่เชียงใหม่ คงจะเป็นเพราะเคยถูกรถเฉี่ยวเมื่อตอนเล็กๆ เลยฝังใจ เคยถูกมอไซทับขาด้วย" แต่อ้วนเลือนๆ นะพ่อ จำไม่ชัดเท่าไหร่
วันนี้พี่โม่ดุจัง เดี๋ยวก็เอ็ด เดี๋ยวก็ตีอ้วน ก็มันตื่นเต้นจริงๆนี่พ่อ แต่พี่โม่ตีไม่แรงหรอก อ้วนรู้ว่าพี่โม่เจ็บแขน อ้วนก็เลยไม่เจ็บ แหะๆแกล้งทำเป็นเจ็บเอง...
เดี๋ยวก็แวะจอดตรงถนนแคบๆ มีหลังคา มีห้องเล็กๆ คนอยู่ข้างใน เอากระดาษยื่นให้พี่โม่ พี่โม่ก็เอากระดาษ (แม่บอกว่าเป็นสตางค์ 30 บาท) ยื่นให้เขา อ้วนเสียดายตังค์ ก็เลยเห่า ถูกเอ็ดอีกละ
ขับไปได้สักพักใหญ่ๆ ก็ทำอย่างเดิม อ้วนแอบนับตามประสาหมา ได้ 4 หนแน่ะพ่อ มารู้ตอนหลัง เมื่อแม่พูดกับพี่โม่ ว่าเป็นด่านเก็บเงินค่าทางด่วน มนุษย์นี่อะไรก็ใช้เงินหมดเลย ค่าหนทางก็เสียเงิน ดีละที่อ้วนเกิดเป็นหมา ไม่งั้นคงปวดหัวแย่เลย
อ้วนไม่ยอมกินอะไรเลยตลอดทาง มันตื่นเต้น ไม่หิวเลย จิบน้ำนิดเดียวเอง
มาถึงเชียงใหม่เช้ามืด อ้วนจำได้ นึกออกละว่าเคยอยู่ที่นี่ อ้วนลงรถได้ ก็กระโดดถีบประตูที่เขาเรียกว่ามุ้งลวด เข้าไปในบ้านเลย ตามหาพ่อที่ไหนก็ไม่มี แม่เรียกอ้วนมาแล้วลูบหัวอ้วน แม่พูดเสียงเครือๆ ว่า
"อ้วนไม่ต้องหาพ่อหรอก พ่อไปสวรรค์แล้ว พ่อไม่อยู่กับเราแล้ว "
ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าสวรรค์มันอยู่ไหน แต่ก็เชื่อแม่ อ้วนนอนพัก แม่ลูบหัวแล้วชมว่า "เก่งๆๆๆ"
อ้วนวิ่งไปในกรงที่อยู่ในสวน นึกออกลางๆ ว่ามีหมาหลายตัว แต่ตอนนี้เหลือ แม่มะหมี่ของอ้วนตัวเดียว พอจำได้บ้างว่าแม่ยกให้คนอื่นไปช่วยเลี้ยง 2-3 ตัว แม่มะหมี่ดีใจที่เห็นอ้วน แต่อ้วนก็ยังงงๆ ว่า อ้วนตัวสีดำ แต่แม่สีน้ำตาล ใช่แม่เราป่าวเนี่ย...
อ้วนอยู่ที่เชียงใหม่ แม่กับพี่โม่ไม่ล่ามเลย ปล่อยวิ่งเล่นในสวน อ้วนแอบกระโดดน้ำเหมืองข้างบ้านลงเดินเล่น น้ำไม่ลึก เย็นสบายดี ขึ้นมาตัวเปียก ก็...โดนดุอีก ช่างมันเถอะ...ดุก็ช่างเพราะมันสนุกดี
วันรุ่งขึ้น แม่เก็บกวาดบ้าน เห็นคนมาบ้านหลายคนเลย ขนโต๊ะ เก้าอี้ เอาเต้นท์ มากาง เอาเก้าอี้มาจัดๆ เป็นแถว อ้วนนั่งดูเฉยๆ บางทีก็เห่าคนที่อ้วนไม่เคยรู้จัก บางคนก็เอาด้ายสีขาวๆมอๆ มาวนล้อมรอบบ้าน บางคนก็เอาไก่มาต้มในน้ำเดือดๆ แล้วก็ดึงขนมันตั้งหลายตัว ได้ยินเขาคุยกันว่า จะแกงอ่อมพรุ่งนี้ อ้วนคงไม่ได้กินเพราะแม่เคยบอกว่า แกงมันเผ็ด อ้วนกินไม่ได้ ขนจะร่วง แต่อยากกินไก่จัง...พอจัดเรียบร้อย แม่ก็เรียกพวกเขามากินข้าว กินเหล้าด้วย
อีกวันต่อมา ได้ยินเขาพูดกันว่า วันที่ 23 สายๆ อ้วนเห็นพี่โม่ไปรับพระสงฆ์ที่ไหนไม่รู้ ใส่รถมา ดูเหมือนจะมี 5 รูป (อ้วนเริ่มนับจำนวนเก่งละพ่อ) พระมานั่ง ร้องเพลงหรืออะไรไม่รู้นานเหมือนกัน อ้วนไม่เห็นเพราะตอนนี้โดนล่ามแล้ว ได้ยินแต่เสียง สักพักก็มีคนยกข้าวไปให้พระ มีไอติม มีผลไม้ตั้งหลายอย่าง ไม่นานนัก พระก็เอาใบไม้จุ่มๆน้ำในขันใบใหญ่ที่มีคนถือให้ พระเอาน้ำสลัดใส่คนโน้นทีคนนี้ที คนที่ถูกน้ำก็ยกมือไหว้ แล้วก็ว่า "สาธุๆๆ" ลงมาหลังบ้านที่อ้วนนอนอยู่ อ้วนก็โดนน้ำด้วยนะพ่อ อ้วนว่าไม่เป็นอย่างคน ก็เลยเห่าและกระดิกหางด้วย
พวกคนหลายๆคนที่มาบ้านเรา (ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ๆ) ก็นั่งล้อมวงกินข้าวกลางวัน สักพักก็กลับกัน เหลืออีกพวกหนึ่งเป็นผู้หญิง ไม่ค่อยแก่ เขาช่วยกันล้างถ้วยชามกองเบ้อเริ่ม เสร็จแล้ว แม่ก็ไปซื้อเหล้าเบียร์มาให้พวกเขานั่งกินกัน จนดึกเลยถึงเลิก
ตอนดึกพวกเขากลับกันหมดแล้ว พี่โม่ก็เมาแล้ว นอนแล้ว พี่เมก็นอน พี่ปูก็นอน พี่ม่อนก็ขับรถให้ลุงหมานป้าแอ๊ด กลับกันหมดละ เห็นแม่เก็บกวาด ล้างถ้วย ล้างแก้ว คนเดียว จนดึกมากเลย สงสารแม่จัง
เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาเห็นแม่แต่งตัวแปลกๆ ไม่เป็นเสื้อสีดำๆเหมือนเคยใส่ อ้วนไม่รู้ว่าทำไม แม่สวมเสื้อลายดอกไม้ ไปกับพี่โม่ และพี่วิข้างบ้าน บอกว่าจะไปกินข้าวบ้านฝรั่ง ปล่อยอ้วนอยู่กับพี่เม พี่ปูที่บ้าน
แม่กลับมาตอนเที่ยงๆ พี่โม่จับอ้วนอาบน้ำอีก อ้วนก็เลยเดาว่า วันนี้คงนั่งรถอีกละ แม่ขนของใส่รถ แล้วพี่โม่ก็ขับออกมา พี่เม กับพี่ปูออกมาส่งยกมือไหว้ด้วย อ้วนได้ยินแม่บอกพี่เมว่า
"อย่าลืมจุดธูปบูชาโกศพ่อ ทำความสะอาดทุกวัน ปัดฝุ่นทุกวันนะ"
พี่โม่ขับมาบ้านใครไม่รู้ ไกลจากบ้านเราที่แม่ริม ตอนหลังรู้ว่าเป็นเพื่อนแม่ บ้านนี้มีหมาเยอะมาก แต่อ้วนไม่กลัวพวกมัน มันก็ไม่กลัวอ้วน เราเห่ากันเต็มบ้าน จนแม่พูดกับเพื่อนแม่ไม่รู้เรื่อง แม่ก็เลยออกมา พากันขับรถมาตามถนน อ้วนนอนบ้างยืนมองถนนหนทางบ้าง จำได้ละ เป็นทางกลับบ้านพี่โม่... พี่โม่ขับบ้าง จอดแวะจูงอ้วนเดินเล่นบ้าง เอาน้ำ ข้าวให้อ้วนกิน แต่อ้วนกินน้ำอย่างเดียว
ฟ้าสาง เราสามคน อ้อ.. 2 คนกับ 1 ตัว ก็มาถึงบ้านที่ชลบุรี....
ถึงเสียที เพลียมาก...ไม่ได้หลับเลย..
อ้วนไม่ตามหาพ่อละ จำคำแม่ได้ ว่าพ่อไปสวรรค์แล้ว
อ้วนลูกรักของพ่อ...












วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

นิคเนมสุดท้าย....."ลุงเป้ก" จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 11







พ่อ ที่คิดถึง,
เมื่อสองวันก่อน อากาศร้อนมาก ร้อนจนต้องเสียคำพูดกับตัวเอง ที่ว่า จะไม่กินของหวานๆ เนื่องจากน้ำหนักขึ้นเอาขึ้นเอา ไม่บันยะบันยัง
แม่ออกไปซื้อน้ำแข็งไสที่หน้าหมู่บ้าน ร้าน "ช่างแซ" ช่างรับเหมาก่อสร้างในหมู่บ้านวราศิริ ลูกสาวช่างขายน้ำแข็งไส ที่พ่อเคยซื้อมาให้แม่กินทุกวัน (จริงๆ ไม่มีเว้น เนื่องจากพ่อต้องไปกรึ๊บที่ร้านนี้ ก็เลยซื้อเป็นของฝากติดมือมาให้) หลังจากที่พ่อซื้อมาให้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2552 ก็ไม่ได้กินอีกเลย จนวันนี้
ภรรยาช่างแซ ชื่อเหมียว ก็คุยถึงพ่อ ว่าเป็นลูกค้าขาประจำ พ่อชอบมาซื้ออะไรบ้างแกก็จะจำได้หมด เช่น พ่อชอบซื้อน้ำส้มตราสายน้ำผึ้ง ยี่ห้ออื่นไม่เอา น้ำอ้อยสด กระเจี๊ยบขาว (ขอพันธุ์มาปลูกด้วย)กล้วยหอมมั่ง กล้วยน้ำว้ามั่ง เป็นเครือๆ เคยจองตั้งแต่ยังเป็นหัวปลีก็มี เอาถุงปุ๋ยไปห่อไว้เองอีกต่างหาก
เธอก็เล่าอีก ว่าเมื่อเดือนยี่เป็ง พ่อก็เคยมาตัดเอาต้นกล้วยไปทำซุ้มประตูป่า (แบบเมืองเหนือ) ช่างแซ ก็ให้ฟรีๆ โดยไม่คิดเงิน
อยู่ๆ เธอก็เอ่ยชื่อ "ลุงเป้ก" ขึ้นมา แม่ก็งง ว่า ใคร กำลังคุยเรื่องพ่ออยู่ดีๆ เอาลุงเป้ก มาจากไหน?
เห็นแม่งงอยู่ เหมียวก็เลยขยายความว่า ..........อ๋อ..ที่นี่เค้าเรียกพ่อว่า "ลุงเป้ก" เพราะ เดี๋ยวๆ ก็เดินมา 1 เป้ก
เดี๋ยวเป้ก เดี๋ยวเป้ก....
ก็น่ารักดีนะ เป็นนิคเนมสุดท้ายของพ่อ ที่แม่ไม่เคยเรียกเลย...
วันนี้ก็เลยมาเรียก "ลุงเป้ก" ที่นี่
ไปก่อนนะลุงเป้ก เดี๋ยวจะไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของ เดินทางไปเชียงใหม่ ทำบุญร้อยวันให้ลุงเป้กไงล่ะ...........
รักพ่อเหมือนเดิม,
แม่



วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

วันสงกรานต์ที่ชลบุรี







ดูหัวข้อเรื่องแล้ว ใครมาอ่านก็จะเข้าใจว่า คุณยายมลจะเขียนบรรยายเหตุการณ์วันสงกรานต์ที่จังหวัดชลบุรีแต่จริงๆ แล้ว กำลังจะเขียนบรรยายบรรยากาศสงกรานต์ที่(บ้าน)ชลบุรี ว่ามันเงียบเหงาเหลือเกิน
ในหมู่บ้านร้อยกว่าหลัง เหลือคนอยู่ไม่กี่หลัง นอกนั้นกลับภูมิลำเนากันหมด
ปกติแล้วซอย 2 ฝั่งขวา เป็นซอยที่คึกคักที่สุด เพราะมีบ้านเต็ม 10 หลัง และคนอยู่ทุกหลัง แต่ช่วงสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่เป็นวันหยุด จนถึงวันนี้ (15) มีคนอยู่บ้าน 3 หลัง คือบ้านคุณยายมล, บ้านคุณยายน้อย เพื่อนบ้านรั้วติดกันซ้ายมือ และอีกหลังถัดไป อีก 7 หลังในซอย ปิดเงียบ กลับกันวันที่ 19 เพราะวันที่ 20 ก็จะเป็นวันทำงานวันแรกหลังหยุดเทศกาลหลายวัน
วันนี้ได้ยินคนคุยกันว่าเมื่อคืนนี้ราวๆ สี่ทุ่ม มีขโมยเข้าบ้านหลังสุดท้ายซอย 4 ฝั่งขวา คุณยายมลก็เลยใจไม่ค่อยดี กลัวว่าช่วงที่เดินทางกลับเชียงใหม่ 19- 25 เมษา ต้องทิ้งบ้านไว้หลายวัน
แต่บ้านเราอยู่ตรงกลางๆ หลังแรก กลับบ้านช่วงนี้ วันที่ 19 ก็มาละ หลังบ้านกลับมาเมื่อบ่ายๆ วันนี้แล้ว หน้าบ้าน 2 หลัง หนูเจี๊ยบคงกลับจากบ้านที่กรุงเทพพรุ่งนี้ และอั๋นกับไหม ก็คงกลับจากกาฬสินธุ์มา 19 เมษาเช่นกัน
สงกรานต์ที่นี่ เริ่มช้ากว่าที่เชียงใหม่ มีข้อมูลเอามาจากกูเกิ้ล ให้อ่านกันด้วย
ประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางมักจะเล่นกันระหว่างวันที่ 13-14-15 ของเดือนเมษายน ส่วนในภาคตะวันออกนั้นจะแตกต่างจากที่อื่นคือ จะเริ่มเล่นสาดน้ำกันประมาณวันที่ 16 หรือ 17-18-19 เมษายน โดยเรียกว่า “วันไหล” สำหรับเมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานในวันที่ 19 เมษายนของทุกปีโดยมีกิจกรรมต่างๆเช่น พิธีรดน้ำดำหัว ขบวนวันไหล การสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานของประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ วันไหลที่พัทยาถือว่าเป็นที่นิยมสำหรับเทศกาลสงกรานต์เป็นอย่างมาก ถนนเกือบทุกสาย ภายในเมืองพัทยาล้วนแต่ออกมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์เกือบทุกสาย ตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงถึงมืด ก็ยังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งเมืองพัทยาเองมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายจึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีผู้นิยมมาเล่นสาดน้ำสงกรานต์ในวันไหลพัทยามากและมีีชื่อเสียงอีกทีหนึ่ง เช่นกัน
วันที่ : บริเวณ
17 : บางแสนและศรีราชา
18 : นาเกลือ
19 : พัทยา
20 : บางเสร่และสัตหีบ
มีรูปสงกรานต์แถวๆ นี้มาให้ดูด้วยจ๊ะ
คุณยายมล