วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552

ลูกๆ..ฝากให้พ่อ...











คืนหนึ่งที่ เหน็บหนาว เมื่อดาวคล้อย
ดวงเดือนลอย ลับเลือน แล้วเลื่อนหาย
หยดน้ำตา หยาดน้ำค้าง พรูพร่างพราย
แสนเสียดาย ห่วงหา เฝ้าอาวรณ์
จากวันที่ มีพ่อ อยู่ใกล้ใกล้
พ่อใส่ใจ ดูแล และพร่ำสอน
ความรักพ่อ ล้นเหลือ เอื้ออาทร
ลูกหลานร้อน ผ่อนคลาย ได้ทุกครา
ฝีมือทำ กับข้าวพ่อ ก็อร่อย
พ่อจะคอย บริการ ด้านจัดหา
พ่อแนะทาง วางแถว แนวชีวา
เรารู้ซึ้ง ถึงคุณค่า มาแต่ไร
แล้ว ..วันเสาร์ที่สิบมกรา
รู้ดีว่า พ่อต้องพราก จากไปไหน ?
ทั้งที่รู้ ก็สุดที่ จะทำใจ
ทนเห็นพ่อ จากไป ไม่ได้เลย
ที่สิบสาม มกรา สามโมงเศษ
พ่อสิ้นเกตุ สิ้นโศก โอ้อกเอ๋ย
ไม่มีพ่อ ให้เห็น เหมือนเช่นเคย
ลูกสุดเอ่ย เผยคำ พร่ำพรรณนา
หลับตาเถิด หลับใหล ให้เป็นสุข
ลืมเรื่องทุกข์ ทั้งปวง อย่าห่วงหา
กลอนบทนี้ เหมือนเป็น เช่นสัญญา
“จะดูแล มารดา...สืบต่อไป”
“เรา” แม่..ลูก และหลาน ในวันนี้
จะสร้างสม ความดี ที่ฝันใฝ่
เพื่อผลบุญ จะหนุนนำ ตามพ่อไป
สู่บันได แห่งสวรรค์ ตามครรลอง !


ลูกๆ ของพ่อ..(13-1-09)

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 9






พ่อ ที่คิดถึง
มาตามสัญญาแล้ว และมีข่าวที่พ่อต้องภาคภูมิใจมาบอกด้วย...
เมื่อวานนี้ตอนเย็น โม่กลับจากทำงานมาถึงบอกแม่ว่า เย็นนี้เพื่อนจะมากินข้าวที่บ้าน (ก็หมายถึงกินเบียร์น่ะแหละ) เพื่อฉลองตำแหน่งให้ลูก ลูกคนโตพ่อได้เลื่อนเป็น Supervisor แล้ว (ไม่ใช่ซุปหน่อไม้นะ) แม้ค่าตำแหน่งจะได้ไม่กี่พัน แต่แม่ก็ชมและให้กำลังใจลูกว่า ลูกทำดีแล้ว และโชคดีกว่าคนอีกหลายคน ณ ชั่วโมงนี้ไม่ถูกปลดออกก็ดีถมเถ นี่ซ้ำได้เลื่อนตำแหน่งอีก ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว (แม่พูดเข้าท่าป่าว?)
น้องเม ออนเอ็มคุยกับแม่เรื่องงานร้อยวันพ่อ ว่าจะทำกับข้าวอะไรบ้าง แม่ก็เลยสรุปว่า ... พ่อชอบกินลาบ แกงอ่อม ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบนี่ คนที่ทำถูกปากพ่อ นอกจากตัวพ่อเอง ก็ต้องเป็นลุงหมาน แต่ลุงหมานก็หมดสภาพ คงทำได้แต่นั่งยิ้มเป็นกำลังใจเท่านั้น พ่ออย่าทำหน้างงสิ ลุงหมานคู่เขยพ่อไง..เขยใหญ่น่ะ
แม่นึกถึงลุงหวัดเพื่อนซี้พ่อ ที่ทำลาบอร่อย และพ่อก็เคยทานฝีมือลาบลุงหวัดมาแล้ว ยิ่งป้านวลขวัญใจ ลุงหวัดเป็นประธานกลุ่มแม่บ้าน โอ้ย..อะไรมันจะลงตัวขนาดนั้น ก็เลยให้น้องเมติดต่อแล้ว กำลังคำนวณว่าจะเชิญแขกกี่คน ทำลาบกี่โล แกงอ่อมไก่กี่ตัว
เถาวัลย์ เพื่อนแม่จะทำลาบหมูสุกมาช่วย ส่วน ลาบหมูดิบ กับแกงอ่อมไก่ ให้ป้านวลกับลุงหวัดทำ ส้มตำ กับปีกไก่ย่าง จะขอน้องวิกับน้องเนยทำให้ (น้องวิคือเพื่อนบ้านแสนดี น้องเนยเป็นคนเชียงแสนแต่งงานกับ Ivo Wisner ชาวเยอรมันมาซื้อบ้านอยู่ใกล้ๆกัน อายุอ่อนกว่าลูกคนโตเรา 1 ปี เป็นเด็กดี น่ารัก แม่ยังไม่ได้ติดต่อ วันนี้หลังจากไปทำบุญให้ตา-ยาย-พ่อแล้วจะจัดการ) ข้าวจะนึ่งเอง เพราะมีข้าวสารเยอะแยะที่พ่อปูส่งมาจากหนองคาย กินไม่ทันกลัวมอดขึ้น น้องเมก็เลยตักแจกไปบ้าง
วันนี้ที่ต้องทำบุญถึงหลายคน เพราะวันที่ 2 เมษายน ครบ 12 ปีที่ตานิดจากลูกๆหลานๆไป แต่ต้องให้ยายสุดใจด้วย เพราะจะได้มานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน 3 คน (พ่อ-แม่ และลูกเขยไง)
แม่จะไปวัดก่อนนะพ่อ ว่างๆ หรือคิดถึง หรือมีเรื่องเม้าท์ จะเขียนมาใหม่จ๊ะ
รัก
แม่

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2552

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 8







พ่อ ที่รัก,



พ่อคงโล่งอก หลับสบาย ไม่หนวกหูบรรดาญาติโกโหติกาของแม่อีกละคืนนี้ เพราะพวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้า ล้อหมุนเมื่อ 08.19 น. (31/3/2552) พอพวกลับตา แม่ก็เริ่มทำรังหนูให้กลับมาเป็นบ้านอีกครั้งหนึ่ง แต่...ในความอึกทึกครึกโครม ในความรกรุงรังนี้ มันซ่อนความสุข ความบรรเทิงใจอยู่ไม่น้อย แม่ไม่เหงา เพราะพาพวกเขาไปเที่ยวโน่นนี่ ก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศแต่โม่ค่อนข้างซีเรียส เพราะไม่ค่อยคุ้นชินกับคนเยอะๆ ในสภาพนี้ (หมายถึงสภาพ เสื้อทางกางเกงทางถุงเท้าอยู่หน้าข้าง อยู่หลังข้าง พื้นบ้านเหนียว...)
แต่ตอนนี้แม่ก็อยู่คนเดียวอีกละ ก็ดีเหมือนกันได้มีเวลาคิดนั่นเขียนนี่
เมื่อวานน้องเมออนเอ็มมาคุยกะแม่ รายงานว่า ปีนี้ มะม่วงออกลูกเต็มเลย กระท้อนไม่ออก (อาจไม่ใช่ฤดูมัน) มะไฟล้นต้นเลยเหมือนทุกปี ส้มโอติดดอกแล้วร่วงเกือบหมด ชมพู่,มัลเบอรี่,มะพร้าวไม่พูดถึงเลย สงสัยไม่ได้เดินเข้าไปในสวน
ปูเอาเสาปูนที่บ่อกบ ไปทำโรงปลูกผักในที่ดินของน้าจิ๋ว (ขออนุญาตน้าจิ๋วแล้ว) วันที่ 5 เมษานี้ น้าจิ๋วจะมากินข้าวที่บ้านแม่ริม
พ่อ น้องเมแกะประตูห้องกลาง(ห้องนอนม่อน) ออกเพราะมันถูกปลวกกิน กลับไปทำบุญ 100 วันพ่อ ค่อยซื้อมาติดใหม่ ตกลงบ้านเราว่างตั้ง 3 ห้องแน่ะ น่าให้คนเช่านะ ห้องละพันห้า ก็น่าจะดี (ล้อเล่นน่า)
บ้านเราที่ชลฯตอนนี้ร้อนมาก ร้อนแบบแสบผิวหนังเลย บทฝนจะตกก็ตกลงมาหน้าตาเฉย พอฝนหยุด แดดก็เปรี้ยงๆ อีก หน้าตาแม่ตอนนี้...ถ้าพ่อยังอยู่ต้องเรียกว่า "ขวานฟ้าหน้าดำ" แน่ๆเลย
ลืมขออนุญาตพ่อ เป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ(สำหรับพ่อ) คือเรื่องต้นไม้ที่พ่อเอามาปลูกในบ้าน ตอนนี้โม่ได้ยกให้เพื่อนบ้านไป 3 ต้นแล้ว และแม่ก็เห็นด้วย เพราะมันเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ หากโตเต็มที่ ก็จะเบียดกำแพงรั้ว และสูงบดบังทัศนียภาพ ก็เลยเอาต้นชมพู่ทับทิมจันทน์ ให้ "นิ"บ้านติดกันซ้ายมือ เอาต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ และต้นขนุนให้แม่น้องส้มโอ อยู่หลังแรกมุมสี่แยกซอย 2 ฝั่งหลังคาแดง...
พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้จะเขียนมาใหม่นะจ๊ะ ไปก่อนละ บาย...
แม่






วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2552

ไปพัทยาบีชแอนด์รีสอร์ท และไปไหว้พระ







วันอาทิตย์ (29/3/2552)เป็นวันหยุดที่มีความสุขอีกวัน เพราะญาติพี่น้องหลานเหลนที่มา มีโปรแกรมไปเล่นของเล่นกันที่ พัทยาบีชแอนด์รีสอร์ท แต่อยู่กันแป้บเดียวเอง ร้อนมาก กินข้าวกลางวันเสร็จ (อาหารอร่อย) ก็พากันไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม บ้างก็เสี่ยงเซียมซี บ้างก็โพสต์ท่าถ่ายรูปเป็นที่สนุกสนาน
คิดถึงพ่อจัง... ถ้าพ่อยังอยู่ไปด้วยกันก้คงจะสนุกว่านี้
ลงจากวัด ก็ไปเดินกินแอร์เย็นๆ ที่เซ็นทรัลพัทยาบีช เย็นมาก หายร้อนเลย..ไม่อยากกลับออกไปเลย...
หลังจากนั้นเราก็มากินส้มตำอร่อยมากกกก ที่ร้านเจ๊มาลี อาหารรสแซ่บจริงๆ โดยเฉพาะ ส้มตำ กะเนื้อย่าง
ยังไม่หนำใจ ซื้อเบียร์มานั่งต่อกันที่บ้านอีก 6 ขวด...

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

บทกลอนเขียนให้เจ้านิรมิต สิริสุขะ


จริงๆ แล้วไม่ได้รู้จักเจ้านิรมิต (คุณแม่ของปูเป้ รามาวดี)เป็นการส่วนตัวแม้แต่น้อย แต่ก็รู้สึกยินดีที่จะเขียนกลอนลงในหนังสือแจกงานศพของท่านเมื่อถูกขอให้เขียน ก็คนขอคือน้องสาวคุณยายมล ที่อยู่กรุงเทพฯ ประมาณว่าอยู่หมู่บ้านเดียวกัน และถ้าจำไม่ผิดจะเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านด้วยกัน ช่างเถอะ อยากให้อ่านกลอนมากกว่า เพราะตั้งใจเขียนมาก
แด่ดวงวิญญาณ เจ้านิรมิต สิริสุขะ

เจ้าคือนาถนรีแห่งชีวิต
เป็นมารดา...เป็นมิ่งมิตรพิสมัย
ดุจชวาลสุกสว่างกลางฤทัย
เย็นดั่งน้ำชโลมใจดับไฟกัลป์
เป็นแบบอย่างที่ดีงามตามนิติ
ชาญชำนิรู้รอบชอบสร้างสรรค์
แสวงหาสุขสมถะสัจธรรม์
เพื่อเป็นบรรทัดฐานบุตรธิดา
เจ้าคือแม่ศรีเรือน..ดุจเพื่อนแท้
คอยดูแลทุกสุขถวิลหา
ทำหน้าที่ดีเยี่ยมยอดมารดา
ทำหน้าที่ภรรยายอดยาใจ
นอกเรือนชานบ้านใกล้ได้ช่วยเหลือ
เจ้าจุนเจือเอื้ออารีจะมีไหน
ทั้งทุกข์ราษฏร์ทุกข์หลวงคอยห่วงใย
เปี่ยมน้ำใจงดงามด้วยความดี
จึงเมื่อยามเจ้าจากจำพรากภพ
สุขสงบท่ามกลางหว่างวิถี
ผู้อยู่หลังรานร้าวเศร้าฤดี
ขอมอบกลอนบทนี้...แทนหัวใจ
“นิราศร้างแรมไกล...ไป่นิวัต
เนื่องนิพัทธ์พรากนิเวศนิราศรัย
นิรมลนิ่มเนื้อนิรามัย
นิรมิต นิราลัย...นิรันดร”….

9 ตุลาคม 2544

จดหมายถึงคุณตา ฉบับที่ 7






พ่อ ที่คิดถึง

ไม่รู้ว่าจะโกรธไหมที่แอบไปเที่ยวกัน 2 วันติดกันเลย
คงไม่โกรธนะ เพราะก่อนจะออกบ้านก็บอกแล้ว ลูกหลานพี่เชื้อมาเยี่ยม แม่ก็เลยพาไปเที่ยว และมีรูปมาฝากอีกตามเคยจ๊ะ

เมื่อวานไปตลาดน้ำ 4 ภาค, วิหารเซียน, วัดญาณฯ และเขาชีจรรย์ พ่อก็เคยไปมาแล้วทุกที่ แต่ไปก็ยังสนุกเหมือนเดิม และพวกเราก็คุยถึงพ่อตลอดนะ อ้อ..ลืมๆ ตลาดน้ำพัทยาพ่อยังไม่เคยไป แต่แม่เล่าให้ฟังแล้วก่อนหน้านี้

วันนี้ไปบางแสน ดินแดนที่คนเกือบจะลืม บรรยากาศกันเอง ไทยๆ และไม่มีฝรั่งเลย (จริงๆนะ) คงจะพากันไปพัทยา เพราะอินเตอร์กว่า
เขาว่ากันว่า อยากเห็นญี่ปุ่น ต้องไปที่ศรีราชา ถ้าไปพัทยา ไปดูฝรั่ง ไปเกาะสีชัง ...เพราะไม่รักกันแล้ว....

อ่ะ ดูรูปนะพ่อนะ แล้วนึกดูด้วยว่า ใครเป็นใคร จำได้อยู่หรือเปล่า


คิดถึงพ่อ..

แม่








วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552

ลูกไปหลานเหลนมา


พี่เมกับน้องปอ / น้องโบ------------------>


ลุงหมาน (นายม่อน-รับปริญญา) ป้าแอ๊ด น้องโบ ยืนข้างหลังคือน้องเบียร์
ฟังแล้วงงกันแน่ๆ เลย คืองี้....
เมื่อเดือนที่แล้ว ลูกสาวลงมาอยู่กะแม่ เดือนกว่าๆ เพราะสามีเขาไม่อยู่ 1 เดือน ( มาถึงชลฯ 18 กุมภา) และเพิ่งจะกลับเมื่อวานนี้เอง( 23 มีนา) น้องเมมาอยุ่กับแม่ ก็ทำให้ไม่เหงา ได้พูดได้คุย ไปโน่นมานี่กัน 2 แม่ลูก เพราะโม่ ลูกคนโต ไปทำงาน พอเราทำงานบ้านเสร็จ ก็ร่อนกัน แต่ส่วนมากจะนั่งเล่นเน็ตกันคนละเครื่องที่บ้าน
พรุ่งนี้ ป้าแอ๊ด ลุงหมาน น้องโบ น้องเบียร์ และน้องปอ ก็จะมาเที่ยวอีกแล้ว ออกเชียงใหม่ สายๆ ก็คงมาถึงนี่ดึกๆ เพราะน้องโบขับรถเป็นเหาะ...
ป้าแอ๊ดเป็นพี่สาวคนโตของคุณยายมล (แต่ใครเห็นก็จะทักว่าเป็นน้อง เพราะหน้าอ่อนกว่า ตัวเล็กกว่าคุณยายมล) ลุงหมานก็เป็นพี่เขยคุณยายมล (ได้มาด้วยเพราะเป็นตู้เอทีเอ็ม) คนขับรถก็คือน้องโบ หลานยายแอ๊ด (เพราะฉะนั้นน้องโบก็เป็นเหลนคุณยายมล เพราะเป็นลูกของหลาน) น้องโบเรียนมหาลัยปีสุดท้าย สอบเสร็จเมื่อวันที่ 23 นี้เอง น้องโบเป็นนักกีฬาวอลเลย์ของมหาลัยด้วย ส่วนน้องเบียร์ก็เป็นน้องของพี่โบ จะจบ ม. 3 ปีนี้ เป็นนักกีฬายกน้ำหนักด้วยนะจะบอกให้...(ยกน้ำหนักตัวเองด้วยแระ)
น้องปอ เป็นลูกสาวของน้องสาวสุดท้องคุณยายมล จะขึ้น ม.3 ละปีหน้า ก็เป็นหลานป้า..
โอ๊ย..ปวดหัว สับสน เรียบเรียงเสียงประสานไม่ค่อยถูกว่าใครเป็นใคร สายไหน นี่มากันอย่างเล็กนะ ถ้าอย่างพิเศษ ก็เต็มสองโบกี้รถไฟ ... ยายญาติเยอะ...
เดี๋ยวมีรูป "คนจะมาใหม่" มาให้ดู...
คุณยายมล